วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Yoon Kye Sang เป็นตัวเก็งที่จะมาเป็นสมาชิกคนที่ 6 ใน 1N2D

"รถเมล์" โสดแล้วเนื้อหอม! แจงข่าวกิ๊กควบ “บอล-ภูริ”

"รถเมล์" รับสนิท “บอล อัศนัย” บอกที่ฝ่ายชายหน้าแดงเวลาพูดถึงตน เพราะปกติเป็นคนหน้าแดงง่ายอยู่แล้ว ยันเป็นแค่พี่น้อง ส่วน “ภูริ” ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ วอนอย่าดึงเอี่ยวประเด็นมือที่สามแย่ง “แอน” แย้มเฟ้นรักใหม่ยากขึ้น เพราะความคิดเปลี่ยน

หลังประกาศปิดฉากรักกับพิธีกรหนุ่ม "เดี่ยว สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล" หรือ "เดี่ยว โอไอซี" ไปแล้ว ดูเหมือนดารา-พิธีกรสาว “รถเมล์ คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์” จะเนื้อหอมเอามากๆ เพราะมีกระแสข่าวกิ๊กกั๊กกับหนุ่มๆ พร้อมกันถึง 2 คนรวด ทั้งนักแสดงหนุ่มร่วมค่าย "บอล อัศนัย เทียนทอง" กับดาราหนุ่มรุ่นพี่ “ภูริ หิรัญพฤกษ์” โดยสาว “รถเมล์” ได้ชี้แจงประเด็นความสัมพันธ์กับหนุ่ม “บอล” ก่อนว่า สนิทกันมากเหมือนเป็นพี่น้อง เพราะอยู่สังกัดเดียวกัน

"กับพี่บอลบอกเลยว่ารู้จักกันมาประมาณ 7 ปีที่อยู่โพลีพลัสมา พี่บอลมาก่อนรถเมล์ ก็อยู่ด้วยกันเคยเล่นละครด้วยกันมา มันไม่มีอะไรเลย ถ้าบอกว่าไปสัมภาษณ์พี่บอลเรื่องรถเมล์ แล้วพี่บอลหน้าแดง หลายคนเลยคิดว่ามีอะไรกัน เรื่องนี้รถเมล์อยากจะบอกเลยว่า ธรรมชาติของพี่บอลเวลาพูดหรือทำอะไรจะหน้าแดงตลอดเวลา อันนี้เป็นเรื่องปกติ เวลาที่เขาหัวเราะมากๆ ก็จะหน้าแดงแล้ว หรือเวลาที่เขาจะเริ่มพูดอะไร เขาจะเป็นคนหน้าแดงเป็นปกติ"

"ก็ยังคุยกับพี่บอลในเรื่องนี้ พี่บอลบอกรถเมล์มีคนมาสัมภาษณ์พี่เรื่องนี้ พี่บอลก็เล่าเรื่องหน้าแดงให้ฟังนะคะ รถเมล์ก็บอกเขาว่าตลก เวลาที่เขาเล่าให้รถเมล์ฟัง เขาก็หน้าแดงเลยเป็นเรื่องปกติมาก คือเป็นพี่น้องกันมากๆ เวลาทำงานด้วยกันก็เป็นเรื่องปกติค่ะ"

ยันไม่มีอะไรในกอไผ่กับ "ภูริ หิรัญพฤกษ์" วอนอย่าดึงเอี่ยวเป็นมือที่สามแย่ง “แอน อลิชา ไล่สัตรูไกล”

"ก็มีเลี้ยงกันบ้าง เพราะว่าละครปิดกล้อง แต่ถ้าถามว่าซีเรียสไหมเรื่องมือที่สาม ถ้าคนอื่นจะมองก็ต้องซีเรียส เพราะคนอื่นอาจจะมองว่ารถเมล์เป็นคนยังไง อย่าดึงรถเมล์เข้าไปเกี่ยวเลย มันไม่มีอะไรเลยค่ะ ก็อยากให้เข้าใจ ไม่มีปัญหากับพี่แอนค่ะ เพราะไม่มีอะไรจริงๆ"

"ใครบอกว่ารถเมล์ยิ่งโสดยิ่งสวยก็ขอบคุณมาก แต่มันก็ไม่น่าเกี่ยวกับปัญหาที่ตามมา ตอนนี้ก็โสดสนิทค่ะ แต่ด้วยเวลาหลายๆ อย่างมันต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ถามว่าปิดตัวเองไหม ก็ไม่ได้ปิดอะไร ไม่ได้ห้ามคุยกับใคร มันต้องใช้เวลาในการศึกษา มันอาจจะยากขึ้นในเรื่องความรักครั้งใหม่ ซึ่งมันเป็นธรรมดาของคนที่หลายๆ ปีแล้วความคิดเปลี่ยน ในชีวิตมันไม่ใช่ว่าเจอแล้วชอบแล้วคบเลย มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ ซึ่งถ้าใครเข้ามาคุยกับรถเมล์ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยค่ะ"

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“นาธาน” แฉกลับ “ครูแหม่ม” หลอกลงทุนสร้างรีสอร์ทจนหมดตัว ด้านแม่บุญธรรมลั่นเอาอาชญากรแผ่นดินโรคจิตเข้าคุกให้ได้

“ครูแหม่ม” ควง “น้ามด” ประกาศจะเอา “นาธาน” เข้าคุกให้ได้ บอกเป็นอาชญากรแผ่นดิน ปล่อยไว้เป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม ยอมรับผิดที่เคยตาบอดเข้าข้างจอมลวงโลก เพิ่งตาสว่างหลังครอบครัวตัวเองโดนโกงจนหมดเนื้อหมดตัว เชื่อเป็นโรคจิต เป็นอมนุษย์ควบอสรพิษ หลอกได้แม้กระทั่งผู้มีพระคุณ วอนพ่อแม่ที่แท้จริงของจอมลวงโลกมาเอาลูกชายกลับไป ด้าน “นาธาน” เผยอยู่กรุงเทพฯ แฉกลับถูกแม่บุญธรรมหลอกลงทุนสร้างรีสอร์ทจนหมดตัว

       


หลังจากที่ตาสว่างและยอมมาเปิดเผยเรื่องราวที่โดนจอมลวงโลก “นาธาน โอร์มาน” หลอกเข้ากับตัวเอง ทำให้ตอนนี้ทั้งแม่บุญธรรมอย่าง “ครูแหม่ม พิสมัย ศรีกระบุตร” ที่เคยรักจอมลวงโลกชนิดที่ยอมโดนกระแสสังคมด่าทุกอย่าง รวมไปถึง “น้ามด สิทธิพร โคตรอุดมพร” ญาติของครูแหม่มที่รักและหลงเชื่อจนโดนหลอกเอาเงินไป 7 แสนกว่าบาท ทำให้ตอนนี้ไม่เหลือทรัพย์สินใดๆ เป็นของตัวเอง มีแต่หนี้สินท่วมหัว เพราะบ้านก็เอาไปจำนองหมดแล้ว ตอนนี้พอตาสว่างจึงยอมออกมาเปิดโปง “นาธาน” ทุกอย่าง โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้(30 พ.ย.) “ครูแหม่ม” และ “น้ามด” พร้อม “ต้อม” ลูกชายคนโต ได้มาออกรายการ “บอกเก้าเล่าสิบ” ของ 2 พิธีกร “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” และ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่สตูดิโอโมเดิร์นไนน์ พร้อมเล่าถึงความอัดอั้นตันใจทั้งหมดทั้งน้ำตา

ซึ่งภายหลังถ่ายรายการเสร็จทั้งหมดได้ให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อมวลชน ตั้งแต่เรื่องที่ว่า “พ่อแม่ของครูแหม่ม” โดนหลอกให้ขายวัว-ควายบอกว่าเอาเงินไปทำทัวร์ รวมถึง “น้ามด” ที่ถูกหลอกเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด เพราะ “ความรัก” และ “ความโลภ” บังตาจริงๆ

น้ามด : “วัวควายของพ่อแม่ก็อุตส่าห์ขายเอาเงินให้เขาไป เขาก็ยังมาหลอกเราอีกว่า เอาเงินมาลงทุนทำทัวร์ดีกว่าไปยืนขายขนมอีก เราก็อุตส่าห์ไปกู้ยืมเงินมาให้เขา มีอะไรทุกอย่างก็ให้เขาไปหมด เอาทีละ 2 หมื่น 3 หมื่น 5 หมื่นแล้วแต่เขาจะเรียกเอา เราก็ต้องหามาให้เขา รวมเบ็ดเสร็จก็ 7 แสนกว่าบาท มารู้ตัวว่าถูกหลอกแน่แล้วก็วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา แหม่มมาที่บ้าน”

ครูแหม่ม : “คือเขาโทรมา ตอนนั้นมันบ่าย 3 โมงกว่า แต่สาเหตุที่โทรมาก็คือเราโทรไปหาพี่ชิ อนุชา แล้วก็ปรึกษาพี่เปี๊ยกโมเดลว่าจะทำยังไงโดนหลอกแล้ว ก็เลยกลายเป็นว่าพอข่าวเริ่มลงไป เขาก็โทรมาทันที มาขอเลขที่บัญชีน้ามด น้ามดตอนนั้นขายของอยู่ก็ทิ้งเลย กลับมาบ้านมาเอาเลขที่บัญชี เขาบอกว่าเขาจะโอนให้ 2 แสน”

น้ามด : “แต่ก็ไม่โอน ให้ลูกไปตรวจสอบแล้วไม่มีสักบาท”

ครูแหม่ม : “แล้วน้ามดก็บอกว่ามันต้องมีอะไร เขาก็วิ่งมาหาครูแหม่มบอกว่า นาธานพูดว่า น้ามดรู้ไหม แม่น่ะ(ครูแหม่ม) แสบมากเลยนะที่ไปให้ข่าว รู้ไหมแสบมากๆ แต่เงินของน้ามดเขาบอกว่า เขากำลังจะให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ”

น้ามด : “เขาบอกจะให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ จะโอนให้ 2 แสนก่อนวันนี้ (25 ต.ค.) ตอนนั้นก็หวังว่าจะได้คืนนะ เราก็รีบวิ่งมาเอาเลขที่บัญชีให้เขา แต่พอเย็นๆ ไปตรวจสอบก็ไม่มี เราก็หวังว่าจะเอาไปไถ่บ้าน”

ครูแหม่ม : “น้ามดก็เลยบอกว่าเกิน 6 โมงเย็นถ้าไม่ให้แม่(ครูแหม่ม) จะไปแจ้งความแล้วนะ เขาก็พูดว่ามันเสียทั้งสองฝ่าย แล้วก็ให้ผู้มีพระคุณท่านนึงโทรมาอีกว่า อย่าไปแจ้งความเลย สงสารเขา อย่าทำน้องเขาเลย แล้วน้องอีกคนนึงของครูแหม่มก็แทรกมาว่า งานต้มตุ๋นเหรอมันถึงจะหาได้เร็วขนาดนั้น 2 แสนจะหามาจากไหน แต่เขาก็บอกว่าเดี๋ยวผู้มีพระคุณจะโอนให้ แล้วน้ามดก็บอกว่า 2 แสนไม่พอนะ จริงๆ ต้องโอนสัก 2 แสน 4 หมื่น เพราะมันเป็นจำนวนค่าบ้าน ครูแหม่มก็เลยบอกว่า 2 แสนก็เอาขอให้มันมาจริงเถอะ แต่พอเขาได้ยิน 2 แสน 4 หมื่น เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะบวกให้ เขาก็บวกให้เดี๋ยวนั้น คือพูดไปตามอารมณ์น่ะ”

น้ามด : “พอ 6 โมงเย็นให้ต้อมไปตรวจสอบดูก็ไม่มี เพราะเขาออกจากบ้านไปตอนกลางเดือนตุลาคม ที่ออกจากบ้านก็เพราะทะเลาะกับคุณตาพ่อของครูแหม่ม”

เผยสาเหตุที่ต้องออกจากบ้าน “ครูแหม่ม” เพราะ “นาธาน” โกรธที่พ่อครูแหม่มเอาตุ๊กตาผู้หญิงนุ่งอันเดอร์แวร์ออกจากหน้าประตู เลยด่าว่า เ - ี้ ย

ครูแหม่ม : “คือเขาจะไม่ชอบคุณตาคุณยาย เพราะคนแก่บ้านนอกก็จะชอบสอน แต่เขาก็จะด่าไอ้เ - ี้ ย ไอ้สัตว์ ตามหลังเลยนะ ครูแหม่มไม่ได้ยินหรอก แต่คนที่คอยดูแลเล่าให้ฟัง แล้วบ้านหลังใหม่เขาก็เอาตุ๊กตาผู้หญิงใส่อันเดอร์แวร์วางไว้ข้างบน แล้วคนแก่เขาก็ถือไง ตาเขาก็อยากทำบุญบ้าน ถ้าพระมาเห็นก็คงไม่ดี ก็เลยเอาออก คือตาก็โมโหนะเพราะมันเป็นบ้านของเรา แต่เหมือนกลายเป็นบ้านเขาไปเลย ตาก็เลยเอาตุ๊กตาออก นาธานก็โกรธทะเลาะกัน ตาก็เอามีดจะแทง แต่ว่าไม่ได้แทงหรอก นาธานก็ไม่กล้าต่อสู้อะไร เขาก็โทรหาครูแหม่มบอก ตาทำไมทำอะไรเ - ี้ ยๆ แบบนี้ เราก็ถามว่าทำอะไร เขาก็บอกว่าบอกดีๆ ก็ได้ แต่ทำไมทำเ - ี้ ยแบบนี้ พูดว่าสัตว์เลยอะไรประมาณนี้”

“เขาด่าพ่อด่าแม่เรา เราก็ทนไม่ได้ สุดๆ ของชีวิตเลย เพราะพ่อแม่นี่คือพระองค์แรก(ร้องไห้) ตอนนั้นก็เริ่มคิดว่ามันแปลกๆ แล้วนะ เพราะเริ่มรู้เรื่องหลอกทัวร์ รู้จากยายว่าเขาจะให้ยาย 1 ประเทศ น้ามด 20 ประเทศ แต่น้ามดจะได้เงินก่อน ก็โทรไปหาน้องต้อมให้ไปสืบดูสิว่าจริงไหม พอรู้เราก็ตกใจ เพราะยายเผลอพูดออกมา เราก็เลยบอกว่าต้อมเห็นแม่(น้ามด) บอกว่ากำลังจะเอาโฉนดที่ดินไปจำนอง มันไม่เหลืออะไรแล้วนะ ช่วยปกป้องหน่อยไม่ให้เอาไป”

ต้อม : “ผมก็บอกว่ามันไม่ทันแล้ว ทีแรกก็ว่าจะขโมยกุญแจตู้ที่มีเอกสารหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นของบ้านหรืออะไร แต่ก็ไม่ทัน”

ครูแหม่ม : “ไม่ทันจริงๆ มันไปหมดแล้ว ครอบครัวเราหายนะมากๆ คือน้องครูแหม่ม(น้ามด) กินอยู่อย่างพอเพียง แต่เขาก็มีเครดิต มีคนมายืมเงินนะ แต่เขาก็อยู่กันอย่างมีความสุข กินอยู่อย่างพอเพียง วิถีชีวิตของคนพื้นบ้านยากจนแต่ก็มีความสุข แล้วอยู่ๆ นาธานก็เอาความอลังการงานสร้างเข้ามา มาวันแรกจากที่ถูกจับเราก็ชวนไปอยู่ที่บ้านที่เชียงคาน ตอนวันที่ 19 ธันวาคมปี 52 พอไปปุ๊บเขาก็พูดกับญาติของครูแหม่มว่า จะสร้างโรงเรียนนานาชาติ ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินสักสลึง แต่เขาสามารถกล่อมพูดให้ทุกคนเชื่อว่า จะมีการมีงานทำว่าไอ้นี่มันจะมาสร้างความเจริญ”

ยอมรับไม่ลืมหูลืมตาฟังเสียงกระแสสังคมรอบข้าง เพราะรักและห่วงเหมือนลูกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เชื่อว่า “นาธาน” น่าจะป่วยทางจิต เพราะอกตัญญูกับผู้มีพระคุณได้ขนาดนี้

ครูแหม่ม : “กระแสของสังคมมีอยู่แล้ว เกลียดอยู่แล้ว แต่เขาสามารถที่จะแปลงคำเกลียดให้เป็นคำรักได้ จิตวิทยาเขาสูงมาก เอาความรักของญาติพี่น้องที่บริสุทธิ์ มาเป็นการหลอกลวงแบบอำมหิตมากด้วยนะ ปล้นจี้กันเลยมันก็ยังดีกว่า แต่นี่เราก็รัก ให้กินข้าวกินดีอยู่ดี นาธานนี่จะไม่ได้กินแบบน้องๆ นะ น้องๆ จะธรรมดาอะไรก็ได้ แต่นาธานอาหารจะหรู ขับรถไปกินในเมืองเลย ค่าอาหารน้ามดก็จ่ายหมด คอยซื้อบุหรี่ให้ อย่างสามีน้ามดยังใช้แค่ใบตองมามวน แต่นาธานวันละ 3 ซองแล้วก็ยี่ห้อแพงด้วยนะ”

“จริงๆ แล้วครูแหม่มก็ผิดนะ เหมือนพ่อแม่รังแกฉัน แต่มันสอนเขาไม่ได้ เพราะเรามาเจอเขาตอนโตแล้ว เราจะไปสอนอะไรเขาได้ เราก็เลยเป็นแม่ไปโดยปริยาย โดยที่ไม่ได้ไปจดทะเบียนอะไรทั้งสิ้นจนกระทั่ง 10 กว่าปีไม่รู้เป็นได้ยังไง ครูแหม่มกำลังจะไปเช็คสมองอยู่ แต่ตอนที่เขาออกไปจากบ้านก็ไม่รู้เขามีเงินติดตัวไปด้วยหรือเปล่า เพราะนั่นคือวาระสุดท้ายเราตัดขาดเขาแล้ว ตั้งแต่เขามาด่าตา แต่น้ามดก็ยังใจอ่อนยิ่งกว่าพี่เต็ม (แม่บ้านสมาน สุขเสริม) อีก ครูแหม่มบอกเขาว่าถ้าเข้ามาบ้านอีกจะแจ้งความข้อหาบุกรุก แต่น้ามดยังไปถามเขาว่ากินข้าวหรือยังลูก แอบเอาเงินไปให้อีกนี่ครูแหม่มเพิ่งมารู้นะ”

น้ามด : “เขามีเงินติดตัวหรือเปล่าเราก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ทำงานอะไร รีสอร์ทก็ยังไม่เสร็จ เขาก็แค่คุมบ้านให้แม่ นอกนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่มีรายได้ เงินที่เขาเอาไปก็ไม่มีงอกเงย เขาบอกเอาไปทำทัวร์ บอกเงินจะเข้า แต่พอไปตรวจสอบก็ไม่เคยมี เราก็นั่งรถไปขายของตอนตี 2 น้ำตาไหลทุกวัน จนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว ก็อโหสิให้นะ แต่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย”

ครูแหม่ม : “แต่ตอนกรณีของแม่บ้านตอนนั้นครูแหม่มยอมรับเลยว่า กระแสจะว่า จะวิจารณ์ ณ วันนั้นครูแหม่มขอโทษมากๆ ด้วยความรัก ที่ครูแหม่มคิดว่าเขาเป็นลูก พอลูกเดือดร้อนเราก็ทำทุกอย่าง เราก็ผิดนะ พอเขาบอกไม่จริงเราก็ปกป้องน่าดูเลย คือร้อยเปอร์เซ็นต์ครูแหม่มกระโดดปกป้องไปสามร้อยห้าร้อย ณ วันนั้นใครกระโดดถีบครูแหม่มได้ ครูแหม่มก็ไม่โกรธนะ เพราะว่ากระแสสังคมเขาจะไปถึงไหนแล้ว แต่ครูแหม่มยังช้าเนื่องจากว่าความรักความผูกพัน เราก็อยากให้เขาดีขึ้น คิดว่าเขารักเราเหมือนแม่ หรือเขาจะรักเราเฉพาะตอนมีเงินหรือเปล่าไม่รู้ พอตอนไม่มีเงินก็แปรเป็นอื่นก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เขาป่วยทางจิตหรือเปล่า ครูแหม่มก็คิดนะว่ามันเป็นโรคจิตหรือเปล่า ต่อมจิตใต้สำนึกเขาคงไม่มี ถ้าเขามีก็คงไม่มาหลอกผู้มีพระคุณ แต่เขาจะหลอกเฉพาะคนที่รักและมีพระคุณกับเขามากๆ ซึ่งพ่อแม่หรือครอบครัวก็คงไม่มาทำแบบนี้ เราก็เลยคิดว่ามันเป็นโรคจิตหรือเปล่า คือเขาจะรู้จุดอ่อนของแต่ละคนว่าชอบไม่ชอบอะไร อย่างน้าคนนี้ชอบเพลงพื้นบ้าน ก็ไปบอกเขาว่านาธานจะออกเทปเพลงพื้นบ้าน จะเอาเงินมาให้ใช้สุดๆ ไปเลย เขาจะรู้คนนี้มีจุดเด่นจุดด้อยยังไง เขาเหมือนไปอยู่หมู่ใดหายนะหมด เหมือนพี่ชิ อนุชาที่ปั้นเขามา เขายังเนรคุณได้ ทำเรื่องใส่ร้ายป้ายสีจนต้องออกจากอาร์เอส ตอนอยู่ลับหลังพี่เปี๊ยก โมเดลเขาก็ยังมาแอบด่า เราก็ยังไม่เชื่อนะ พอเขามาพูดดีเราก็ให้อภัยเขาตลอด”

พร้อมตั้งรับที่จอมลวงโลกบอกว่าจะออกมาแฉกลับ ลั่นให้อภัยแต่วอนอย่าไปทำร้ายคนอื่นอีก

ครูแหม่ม : “ที่เขาบอกจะแฉกลับเรา อันนี้ครูแหม่มตั้งรับได้ เพราะว่าสังคมตอนนี้ ความดีนาธานจะเอาเข้าตัว ความชั่วให้คนอื่น ตอนนี้เรารู้แล้ว คือเขาสามารถแปลดำเป็นขาว แปลขาวเป็นดำ ตอนนี้นาธานคงคิดว่าความผิดทุกอย่างจะโยนมาให้ครูแหม่ม แต่รับรู้ไว้นะว่าสังคมฉลาดยิ่งกว่าครูแหม่มอีก ครูแหม่มยังรู้ช้าด้วยซ้ำ สังคมเขาแยกแยะได้ว่าใครชั่ว ใครเลว ใครดี ตอนแรกครูแหม่มไม่อยากออกมาพูดนะเพราะว่าอาย ทุกคนพูดหมดเลยว่ามันจะเข้าตัวนะ ให้มันจบๆ ไป เราก็ถามว่าแล้วเงินของน้ามดล่ะ เขาก็บอกกันว่าหาใหม่สิ แล้วกว่าจะหาได้ล่ะ แล้วยังมีคนอื่นที่โดนหลอกอีกล่ะ เราก็นอนตายตาไม่หลับนะ ก็เลยบอกว่าเราปกป้องคนชั่ว เรายังทำได้เลย”

“ณ ตอนนี้ครูแหม่มก็ขออภัยทุกคน ขอบอกผ่านรายการเลยว่าครูแหม่มผิด ยอมรับผิดแล้วก็ขอโทษ(ยกมือไหว้) แล้วครูแหม่มก็อยากทำคุณประโยชน์ก่อนตาย เชื่อครูแหม่มสักหนึ่งเปอร์เซ็นต์เถอะที่จะไม่เป็นเหยื่อของเขา ตอนนี้ทุกคนรอบตัวเราเป็นเหยื่อเขาหมดแล้ว พระสงฆ์องค์เจ้าอย่านึกว่ารอด ทุกคนขอให้เจอนาธานก่อนแล้วจะรู้ว่า เขามีจิตวิทยาในการพูดเป็นยังไง พี่เปี๊ยกก็เตือนครูแหม่มตลอดนะว่า คนเราอย่าไปฟังคำหวานมาก เขาก็พูดแรงๆ สะท้อนกลับเราบ้าง ไม่งั้นเราลืมตัว แต่ครูแหม่มก็เคยด่าเขาไป ตอนนี้ขอโทษเขาแล้ว มันก็เลยทำให้ครูแหม่มหายนะจนถึงทุกวันนี้”

“ถ้าคนอื่นไปเจอนาธานอีกเหรอ คือตอนนี้ครูแหม่มทุกข์เหลือเกินนะ ฆ่าตัวตายได้ฆ่าไปแล้ว แต่นาธานก็จะมีโลกส่วนตัวของเขา เล่นอินเทอร์เน็ต ไม่เดือดร้อน มีเงินมีทองใช้ ไม่มีครูแหม่มเขาก็มีคนอื่น มีผู้มีพระคุณคนใหม่แล้ว ครูแหม่มก็เตือนผู้มีพระคุณคนนี้นะ เขาก็โกรธครูแหม่ม คือขอเตือนเถอะก่อนตาย จะเชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไร แล้วเขา(นาธาน) ก็สามารถโทรไปบอกผู้มีพระคุณคนนั้น ทำให้เราโกรธกันเกลียดกัน จะได้ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของเขา ผู้มีพระคุณคนนี้ครูแหม่มไม่ขอบอกแล้วกันว่าเป็นใคร แต่เขาอยู่ที่กรุงเทพฯ นี่แหละ”

“ที่แจ้งความไปก็ยังสืบพยานรอบข้างอยู่ ตำรวจบอกว่าขอสืบพยานก่อน แล้วก็จะมีหมายเรียกครั้งที่หนึ่ง หมายเรียกครั้งที่สองแล้วก็จะออกหมายจับ แต่ที่เขาเปลี่ยนทั้งชื่อทั้งนามสกุลเราก็รู้แล้วค่ะ ชื่อแรก ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล แล้วก็มาอีกชื่อนึง นธัญ โอมานันท์ แต่อยากบอกนาธานว่าคุณจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่คุณหนีกรรมไม่พ้น กฎหมายเขาไม่ได้มีไว้ขังคนดี เขามีไว้ขังคนชั่ว(น้ำตาซึม) ก็อยากบอกนาธานว่าทำมาหากินโดยสุจริตเถอะ หยุดซะ แต่ถึงแม้จะบอกไปเขาก็ไม่เชื่อหรอก ก็ขอให้พวกเราเป็นครอบครัวเป็นเหยื่อรายสุดท้าย ขอให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ต้องมาทดแทนพระคุณอะไรทั้งสิ้น”

หลังจากนั้น “นาธาน” ก็โทรศัพท์กลับมาหาทีมงานของรายการ “มดดำ” เป็นผู้รับสายและพูดคุยกันเองอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงเปิดสปีคเกอร์โฟนให้นักข่าวฟัง

มดดำ : “ตอนนี้ครูแหม่มกับน้ามดอยู่ในรายการพี่ทั้ง 2 คนเลย จะอะไรกับเขาหรือเปล่า”

นาธาน : “บอกใครนะครับ”

มดดำ : “นี่เขาอยู่ตรงนี้กันหมดเลย เดี๋ยวลองคุยกับเขาแล้วกัน เขาไม่คุยเหรอ นี่ตอนนี้เขาอยู่ที่รายการพี่หมดแล้ว”

นาธาน : “ใครเหรอๆ”

มดดำ : “ก็มีน้ามด มีครูแหม่มมีอะไรอย่างนี้ เขาบอกว่านาธานไปโกงเขาหมดเนื้อหมดตัวเลย ทำไมไม่สำนึกบ้างเลยเหรอ”

นาธาน : “โอ๊ย ตายแล้ว ไปอ่านสัมภาษณ์เดลินิวส์พรุ่งนี้ดีกว่า หน้าหนึ่ง สะใจกว่าเนอะ ของจริงๆ นี่จริง พี่จริงๆ ของจริงของแท้เลยแหละ”

มดดำ : “อ้าว แล้วนี่บ้านเขาไฟ-น้ำจะตัดหมดแล้วนะ”

นาธาน : “อ้าว แล้วไอ้รีสอร์ทที่ทำน่ะของใครล่ะ ตังค์น่ะ เขาถามหรือเปล่าเรื่องเงิน เขาหลอกให้ธานไปทำรีสอร์ทที่นั่น หลอกให้ไปสร้างบ้านที่นั่นหมดเนื้อหมดตัวเหมือนกันพี่(หัวเราะ)”

มดดำ : “อ้าว แล้วตอนนี้เขาบอกว่านาธานมีผู้มีพระคุณเหรอ มีผู้มีพระคุณซัพพอร์ทเงินอยู่เหรอ”

นาธาน : “อะไรนะครับ”

มดดำ : “เขาบอกว่าตอนนี้มีคนซัพพอร์ตเงินให้นาธานอยู่เหรอ”

นาธาน : “โอ๊ย พี่มดเดี๋ยวค่อยสัมภาษณ์ดีกว่า ตอนนี้มันไม่เป็นรูปเป็นทางการเลยนะ โอเค”

มดดำ : “ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ ใช่ไหม”

นาธาน : “อยู่กรุงเทพฯ ครับ โอเคนะ พี่ๆ น้องๆ กันเดี๋ยวค่อยไปหา เดี๋ยวค่อยโทรเมาท์กัน”

มดดำ : “งั้นเดี๋ยวพี่ให้รายการพี่โทรติดต่อไปได้ไหม”

นาธาน : “ได้พี่มด ไม่ต้องซีเรียสเลย พี่จะด่าแหกปากอะไรธานก็ได้ ไม่มีอะไรหรอกธานเฉยๆ มาก”

ซึ่งพอ “นาธาน” วางโทรศัพท์ไป “มดดำ” ก็ให้สัมภาษณ์สิ่งที่คุยกันเมื่อสักครู่ว่า ไม่อยากยุ่งเรื่องของชาวบ้านอีกแล้ว กลัวซ้ำรอยกรณีที่พูดเรื่อง “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” เลิกนักร้องสาว “มาช่า วัฒนพานิช”

“สรุปแล้วเมื่อกี้เขาก็โทรกลับมาในรายการว่า เหมือนจะมาออกรายการเรา เหมือนจะมาให้มดดำสัมภาษณ์ได้ แต่ถามว่าเชื่อไหม ตอนนี้เขาบอกว่าเขาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว ก็ติดต่อมาทางทีมงานของมดดำ ไม่รู้สิ แต่เมื่อกี้เขาก็ปฏิเสธหมดทุกเรื่องล่ะครับ นี่ว่าจะไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านเขาแล้วนะเนี่ย(หัวเราะ) แล้วเขาก็บอกว่าตอนเช้าๆ พี่จะแหกปากเห่าอะไรไป ก็พูดไปเรื่อยๆ เมื่อกี้ไม่ได้ยินเหรอเขาก็พูดอยู่ รู้สึกยังไงเหรอ ไม่เอาแล้ว ไม่อยากยุ่ง ไม่ตอบเรื่องคนอื่นแล้ว(หัวเราะ)”

“แต่ที่เขาโทรมาก็เพื่อที่จะยอมให้รายการของเราสัมภาษณ์เขา แล้วก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เมื่อกี้ก็เลยถามเขาว่าแล้วทั้งน้ามดทั้งครูแหม่มมาอยู่ในรายการแล้ว ตอนนี้มาพูดกับพี่ว่าหมดเนื้อหมดตัวไม่สงสารเขาเหรอ เขาก็บอกว่าเขาหมดตัวมากกว่าอีก เขาเอาเงินไปลงทุนทำรีสอร์ทหมดแล้ว แล้วพรุ่งนี้เขาก็จะให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์หน้าหนึ่ง เดี๋ยวก็ต้องไปติดตามว่ายังไง แล้วเขาก็ให้รายการบอกเล่าเก้าสิบไปเจอเขา ซึ่งตอนนี้เขาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว แต่คิดว่าไม่ได้สัมภาษณ์หรอก ฉันไม่เชื่อ แต่นี่เขาเป็นคนโทรกลับมาเองนะ ทีมงานเป็นคนโทรไป แต่เขาไม่รับ แล้วเขาก็โทรกลับมา ให้พูดอะไรกับนาธานเหรอ โอ๊ย ไม่ๆ ไม่เอาแล้วช่วงนี้ ก็ถ้าสมมติเขามาก็จะเรียนเชิญนักข่าวทุกท่านมาอีกทีแล้วกัน แต่ถ้าให้ไปลงความเห็นไม่เอาแล้ว”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้กลับไปสัมภาษณ์ “ครูแหม่ม” ต่อที่ “นาธาน” พูดว่า หมดตัวไปกับการทำรีสอร์ทเช่นเดียวกัน

“เขาก็ต้องโยนความผิดให้ครูแหม่มใช่ไหมคะ แต่เราตั้งรับไว้แล้ว เขานิสัยที่ความดีเอาเข้าตัว ความชั่วเข้าคนอื่น การที่เขาไปอยู่บ้านครูแหม่ม แล้วครูแหม่มจะสร้างบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ ครูแหม่มก็มีหลักฐานในการกู้ยืมเงินด้วย 9 แสนบาท ธ.ออมสินให้ความเมตตามา จ่าย 3 งวด 270,000 สองงวด แล้วก็ 340,000 งวดสุดท้าย แต่ 9 แสนนี่เงินไม่พอหรอก ก็เอาโฉนดที่ดินที่สร้างรีสอร์ทไปจำนอง แล้วก็เอามาเพิ่มหมดไปอีกล้านกว่า แต่หลักฐานทุกอย่างอยู่กับนาธานหมดในการกู้ แต่โฉนดเป็นชื่อของคุณแม่ครูแหม่มซึ่งเป็นมรดก ครูแหม่มน่ะไว้ใจ เขาว่างไม่มีอะไร เขาก็คุมดูแลบ้านของครูแหม่ม”

“โดยถ้าครูแหม่มไปเอาเงินแต่ละงวด แม่ครูแหม่มเป็นพยานได้จะเอายัดใส่มือให้นาธาน แล้วบิลค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆ เขาก็จะบอกกับคุณยายว่า คุณยายครับเอาบิลเก็บไว้กับนาธานนะ แล้วเดี๋ยวจะให้แม่แหม่มดูว่าเงินงวดแรกใช้จ่ายอะไรบ้าง พองวดที่สองมา เขาจะไปธนาคารกับเราด้วยทุกครั้ง ถ้าไม่มีก็ไม่ไป พองวดที่สองยายก็เอาใส่มือเขาเหมือนกัน แต่ละบิลเขาก็จะบอกว่าเอาเก็บไว้เดี๋ยวผมจะเก็บไว้ให้แม่แหม่ม ขณะนั้นเขาก็สร้างรีสอร์ทซึ่งมันหรูไป ที่พัก 10 หลังในที่ของแม่ครูแหม่ม เขาก็ขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ครูแหม่มว่าเขาจะทำรีสอร์ทนะ พ่อแม่ของครูแหม่มก็บอกก็ทำไปสิ”

“แต่ครูแหม่มไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย แต่เขาจะมีผู้ใหญ่ซัพพอร์ท เราก็เห็นว่าลูกมีอาชีพเป็นของตัวเองแล้วนะ จะได้ทำมาหากิน แล้วก็จะได้อยู่กันไปแบบดินฝังหน้ากันไปเลย ก็ดีใจที่เขาจะมีอาชีพ เพราะเราก็เลี้ยงดูเขามา 10 กว่าปีนะคะ แต่พอที่เขาโทรศัพท์มาเมื่อกี้ ก็ทุกข์ใจตั้งแต่วันแรกที่รู้แล้วล่ะ คือมันสอนใจเราได้นะว่า รักใครอย่ารักแบบไม่ลืมหูลืมตา ญาติพี่น้องเรายังไม่เอาใจใส่ขนาดนั้น แล้วเขาลูกนอกไส้นะ แต่ขอโทษนะคะลูกนอกไส้บางคนอาจจะดีก็ได้ อย่ามาเทียบกันนาธาน ก็ต้องขอโทษเพราะมันไม่เหมือนกัน”

บอกเชื่อไม่ได้ที่จอมลวงโลกบอกว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ เพราะที่ผ่านมาพูดแต่ละครั้งเปลี่ยนสถานที่ตลอด ลั่นยังไงก็จะเอาเข้าคุก

“เมื่อกี้ที่เขาบอกว่าอยู่กรุงเทพฯแล้ว ครูแหม่มจะบอกว่านาธานเขาบอกแต่ละอย่าง ลมหายใจเข้าออกของเขามันโกหกหมด จนครูแหม่มจับจุดไม่ได้ บางวันโทรมาบอกอยู่โคราชกับปาน ธนพร บางวันไปโผล่อีกทีสุโขทัย ครูแหม่มก็ไม่รู้ว่าเขาหายตัวได้หรือเปล่า แต่ตอนนี้ครูแหม่มทำใจแล้ว ตั้งรับได้ แล้วครูแหม่มไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม ไม่รู้จริงๆ ค่ะ แต่เรื่องปลอมเสียงนี่คุณยายเห็นแล้วมาเล่าให้ฟังว่า เขาบีบจมูกแล้วก็ถามทางธนาคารออมสินว่าเงินแม่จะออกไหม ยายก็เลยบอกว่าเงินมันเหรอ ถ้ามันเซ็นแทนได้มันคงเซ็นแทนแล้ว ส่วนบิลต่างๆ เขาก็เก็บไว้ที่เขาหมดเลยนะ พอเขาเอาบิลไปเก็บไว้หมดแบบนี้ครูแหม่มรู้เลยว่า เขาต้องบอกว่าบิลพวกนี้เขาเอาเงินจากผู้มีพระคุณมาสร้าง”

“แต่ครูแหม่มไม่กลัวนะ เพราะว่าเรามีเงินที่มาที่ไปของเรา แล้วถ้าครูแหม่มทำผิดอะไรให้นาธานออกมาดำเนินคดี แจ้งความที่โรงพักเลย เชิญ ยินดีมากเลย แล้วที่เขาบอกเมื่อกี้ว่าเขาเอาเงินมาลงทุนทำรีสอร์ท จะบอกว่าคนอย่างนาธานไม่มีเงินสักสลึง คนที่หมดตัวคือญาติและครอบครัวของครูแหม่ม สังคมเขาแยกแยะออกได้นะนาธาน เขาฉลาด อย่ามึน แยกประเด็นให้ถูก เขาถามเรื่องทัวร์ก็เบี่ยงมาไม่เป็นไร มันจะมีคดีอื่นๆ อีกตามมา ไม่เป็นไรงานนี้ครูแหม่มไม่เลิกแน่ๆ ต่อให้ครูแหม่มตายก็จะมีน้องต้อมประสานงานเอาเข้าคุกให้ได้ คนชั่วน่ะ นาธานเป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม เป็นอาชญากรรมของแผ่นดินเลยนะ ถ้าครูแหม่มตายพวกเราช่วยกันเลยนะ ไม่งั้นลูกหลานเราโดนเลยนะ”

“ถามว่าคดีที่แจ้งความไว้มีอะไรบ้าง มันยาวเป็นมหากาพย์เลยนะ ก็สงสารตำรวจร่างมายาวมาก แต่ที่รวมคร่าวๆ ก็ว่าอาจจะฉ้อโกง เพราะว่าเขาวางแผน คิดหลอกลวงเราแบบแยบยลมาก แล้วหลอกลวงกับผู้มีพระคุณนี่ไปตายแล้วเกิดใหม่เถอะ ตอนนี้ก็มีหลายกระทงมาก นี่คุณตาคุณยายยังไม่ได้แจ้งความเรื่องวัวนะ เอาแค่ของน้ามดนี่แน่นๆ เอาให้ผ่านก่อนแน่นๆ เลย แล้วค่อยมาเอาของครูแหม่ม แล้วยังมีคนที่เขาไม่ออกชื่อ เพราะเขาอายที่ยังไม่กล้าออกมา แล้วเขายังมาห้ามครูแหม่ม คือเหยื่อมันเยอะแยะมากมาย นาธานทำมาหากินเถอะ เป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม คนแบบนี้มันไม่ไหว แต่งานนี้เอาถึงคุกเลยบอกไว้แล้ว”

“ตอนนี้สังคมเห็นใจหรือประณามเราเหรอ ตอนที่ครูแหม่มแถลงการณ์ปกป้องเขาครั้งแรกก็มีความรู้สึกว่ากำกวม ไม่มีคำตอบให้ประชาชนเลย แต่ตอนนั้นมันรักก็ปิดหูปิดตาหมดเลยด้วยความที่รักลูก แต่ไม่ต้องเอาเยี่ยงอย่างนะ ครูแหม่มขอโทษไปแล้ว และถ้าให้รับผิดครูแหม่มก็ยอมรับผิด การมาครั้งนี้ก็มีคนเตือนนะ พี่ ป้า น้า อาเตือนหมด ก็มีผู้ใหญ่ท่านนึงที่ครูแหม่มเคารพ เขาก็บอกว่าถ้างูเลื้อยเข้าบ้านกับนาธานมา มึงตีนาธานให้ตายเลยนะ เราก็ว่าจริงแฮะ แต่ตอนแรกไม่เชื่อนะ มาพูดอะไรอย่างนี้ได้ยังไง ก็โกรธเขาอีก”

ฝากไปถึงพ่อแม่ที่แท้จริงของจอมลวงโลกว่า ให้มารับลูกชายกลับไปซะ อย่าให้มาทำร้ายให้ใครเดือดร้อนอีก เพราะพ่อแม่ที่แท้จริงก็เห็นว่าอยู่สุขสบายดีทุกอย่าง

“ก็อยากจะวอนไปถึงคุณพ่อคุณแม่เขา เพราะทราบมาว่าคุณแม่เขาสบายมาก ขับรถอย่างดีเลย คุณพ่อก็สบาย นาธานยังโทรไปเอาเงินจากน้องต่างพ่อเขาที่พิษณุโลกเลยนะ อันนี้ครูแหม่มก็รู้จากนักข่าวอีกทีก็ต้องขอบคุณนักข่าวด้วย เพราะว่าครูแหม่มตาบอดมานานแล้ว ก็เห็นว่าครอบครัวแม่เขาก็อยู่ดีกินดี ก็ขอเถอะนะคะ(ยกมือไหว้) ให้คนอื่นเลี้ยงดู หลอกลวงคนอื่นอย่างนี้ก็เอากลับไปเถอะ คือการเช็คโรคจิตนี่ก็ไม่ใช่ว่าดีหรือไม่ดีนะ ครูแหม่มก็อยากไปเช็ค นาธานก็ไปเช็ค ว่าทำไมต่อมรับรู้ความเลวของนาธานเราถึงรับรู้ได้ช้า คนอื่นไปกันถึงมหาสมุทรไหนแล้วครูแหม่มยังด้อมๆ อยู่ที่นี่เลย”

“พวกหนี้สินต่างๆ เราก็ต้องชดใช้ไป แต่ก็ต้องบอกว่าน้ามดเองเขาก็ได้เงินจำนวนนึงจากสื่อนี่แหละ คือพอเป็นแบบนี้ก็ยังมีคนเข้าใจเรานะ พอสื่อลงไปปรากฏว่าเจ้าหนี้ของน้ามดก็มาบอกว่าเรื่องดอกเบี้ยก็ค่อยว่ากันนะ แกก็น้ำตาไหลเลย ครูแหม่มก็อยากจะบอกว่าขอวอนเจ้าหนี้เถอะคือใช้แน่นอน อาจจะช้าหน่อยแต่ชัวร์ค่ะ ไม่ได้เอาไปแบบนาธานแน่นอน เราทำมาหากินแล้วเดี๋ยวเรามาชดใช้ให้ เรื่องดอกเราก็จะพยายามก้มหน้าหาให้”

“ถ้าเจอหน้านาธานอีกครั้งจะทำยังไง (นิ่งคิด) พูดไม่ออกนะคะคนนี้ มันหมดอาลัยไปแล้ว เหมือนเขาไม่ใช่มนุษย์ เขาเป็นอมนุษย์ อสรพิษ งูนะมันเลื้อยเข้ามาจะกัดเรา มันยังไม่วกมา มันก็ยังต่างคนต่างไป แต่สำหรับนาธานผู้มีพระคุณของเขา เขาเป็นคนพูดเองเอารายการมาย้อนดูได้เลย ที่เขาว่ายังสู้แม่คนนี้ ญาติคนนี้หรืออะไรไม่ได้ แล้วเขากลับมาแบบนี้ ไปตายเกิดใหม่ 10 ชาติมันก็ยังไม่สาสม เตือนผู้มีพระคุณรายต่อไปอันนี้ก็มีคนบอกว่าอย่าไปเตือนเลย แต่ครูแหม่มก็เตือนไปแล้วนะ เขาก็เริ่มฟัง แต่ครูแหม่มรู้เลยว่าพรุ่งนี้เขาก็เปลี่ยน เพราะว่าวาทศิลป์ของนาธานน่ะสุดยอดแห่งเขาเหลียงซาน สุดยอดจริงๆ คือมหากาพย์ของนาธาน นี่กำลังให้พี่ชิ อนุชาเรียบเรียงเป็นตอนๆ แล้ว มันเป็นเรื่องที่ไปพูดในรายการอะไรไม่ได้ เพราะรายการเวลามันน้อย ถ้าให้เล่าก็เป็นมหากาพย์ยาวเลย มันเยอะมาก เขาจินตนาการอะไรผิดมนุษย์”

“แต่จริงๆ เขาจะเป็นเพศไหน จะชอบผู้หญิงหรือผู้ชายเราก็ไม่อยากพูดมาก ให้เกียรติเขา ถึงแม้จะยังไงก็เป็นเรื่องส่วนตัว คือจะเป็นอะไรเพศไหนครูแหม่มยอมรับได้หมด ขอให้เป็นคนดีและอย่าไปต้มตุ๋นใครเขา ที่ครูแหม่มบอกว่าเลี้ยงหมายังดีกว่าเลี้ยงนาธาน เพราะมันไม่มีอะไรจะเทียบได้กับคนๆ นี้แล้วก็เลยนึกคำพูดนี้มา ไม่รู้จะเปรียบเทียบอะไรจริงๆ ไม่ได้คิดว่าแรงเลย สำหรับเขาก็คงไม่สะเทือนใจอะไรหรอก”

“ซึ่งก่อนไปเขาเหลือทิ้งไว้แต่อันเดอร์แวร์ ก็เป็นเรื่องจริงๆ อันนี้ก็ไปเห็นพร้อมนักข่าวเห็นแขวนอยู่เลย นี่แม่ครูแหม่มก็ซักให้นะ แม่ครูแหม่มไม่เคยซักให้ลูกนะ ยายน่ะดีกับนาธานมาก ถึงจะไม่มีจะกินยังไง คือเขาให้ยายไปยืมเงินคนอื่นดึกๆ ดื่นๆ ยายก็ไปให้ ซึ่งกับลูกไม่เคยทำแบบนี้เลย ครูแหม่มถึงได้คิดว่าครูแหม่มควรตกนรก คือกางเกงในเขาก็กองๆ ไว้กับพื้น แล้วที่นอนเขาแม่ครูแหม่มก็ซักให้ซะหอมเลยนะ ถามน้ามดได้เลย พ่อครูแหม่มยังบอกว่าลูก(นาธาน) มันกินข้าวหรือยัง กินหมูไม่ได้ ก็หาซื้อปลาซื้ออะไรมาให้เขากิน”

“มอส” ทำเซอร์ไพร์ส เชิดสิงโตพาพ่อแม่ไปสู่ขอ “เกม”

“มอส” จูงพ่อแม่สู่ขอ “เกม” แล้ว ทำเซอร์ไพร์สเอาสิงโตไปเชิดถึงหน้าบ้านที่ชลบุรี ทำแม่เจ้าสาวตกใจ แย้มสินสอดมีแก้ว แหวน เงิน ทอง ครบจัดให้เหมาะสม สิ้นธ.ค.รู้ฤกษ์แต่งแน่นอน ยันปีหน้ามีงานวิวาห์แน่ เปรยอยากฮันนีมูนอิตาลี ส่วนเรื่องมีทายาทเบรกไว้ก่อน

ตอนขอแฟนสาว “เกม ดวงพร ลือกิตินันท์” แต่งงาน ก็แอบทำเซอร์ไพร์สปิดโรงหนังหอบช่อดอกไม้ขอไปแล้ว ล่าสุดนักร้องหน้าเด็ก “มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์” ทำเซอร์ไพร์สว่าที่ภรรยาอีกระลอก ด้วยการเอาสิงโตไปเชิดหน้าบ้าน พร้อมพาพ่อแม่ไปสู่ขอถึงจ.ชลบุรี โดยรายละเอียดในเรื่องนี้ “มอส” ได้เปิดเผยว่า

“เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมพาพ่อแม่ไปสู่ขอ กับผู้ใหญ่ทางบ้านผู้หญิง คุยให้เป็นเรื่องเป็นราวเรื่องแต่งงาน วันนั้นก็ตื่นเต้นนะ ผมเอาสิงโตไปเชิดหน้าบ้านเขาเลย เป็นการเซอร์ไพร์ส คือผมบอกเขาว่าจะไป แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีอะไรบ้าง ผมก็เอาสิงโตไปเชิดหน้าบ้าน แม่เจ้าสาวก็ตกใจครับ (หัวเราะ) ทำไมหน้าบ้านฉันเสียงดังมาก เขาก็รีบไปเอาซองมาให้สิงโต เกือบหกล้มเพราะงง”

“เรื่องนี้ผมคิดคนเดียว ขนาดแม่ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ามีเซอร์ไพร์สสิงโต ผมก็ไม่รู้ว่าเอาสิงโตไปเนี่ยมันจะดีหรือเปล่ากับคนจีน แต่ผมอยากให้มันดังๆ ครึกครื้นหน่อย พอไปถึงผู้ใหญ่ก็คุยกัน สำหรับสินสอดที่คุยกันไว้ก็ให้เหมาะสม เราไม่ได้พูดกันเรื่องตัวเลข แต่ต้องมีให้ครบทุกอย่าง ต้องมีแก้ว แหวน เงิน ทอง เราก็จัดให้มันเหมาะสมแค่นั้นเอง”

ส่วนฤกษ์แต่งงานเจ้าตัวเผยสิ้นเดือนธ.ค.นี้ถึงจะรู้ฤกษ์ที่แน่นอน แต่ยันปีหน้ามีงานวิวาห์เกิดขึ้นแน่ แย้มฮันนีมูนอิตาลี และเบรกการมีทายาทไว้ก่อน

“เรื่องฤกษ์แต่งสิ้นเดือนนี้น่าจะทราบว่าเป็นเมื่อไหร่ ผมก็ไม่รู้ว่าน้องเขาดูไปถึงไหนแล้ว แต่ยังไงแต่งปีหน้าแน่นอน เรื่องเตรียมงานก็ยังไม่ต้องเตรียมอะไร ตอนนี้เตรียมเงินอย่างเดียวให้พร้อม (ยิ้ม) ส่วนรูปแบบงานแต่งอย่างแรกเลยต้องมีความสุข ถ้าวันนั้นเป็นวันที่มีความสุขก็เป็นวันที่เราจดจำ แต่ถ้าจัดแล้วมันติดโน่นนี่ ก็ทำยังไงก็ได้ให้งานวันนั้นมีความสุข ถ้าเกิดมันเยอะไปก็อาจจะลดลง”

“หลังแต่งผมอยากไปฮันนีมูนที่ประเทศอิตาลี เพราะเป็นประเทศที่ชอบอยู่แล้ว และยังไม่เคยไป แต่เจ้าสาวไปมาแล้วบอกว่าสวย ส่วนเรื่องมีทายาทแต่งปุ๊บผมก็อยากมีเลย แต่เจ้าสาวยังไม่รู้ เห็นบอกว่าอยากไปเที่ยวกันก่อน ยังไงแต่งงานไปก็ยังไม่มีลูกเลยหรอก เพราะผมยังต้องถ่ายละคร ถ่ายซิทคอมไปเรื่อยๆ อยู่”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“แพท” โต้ทำตัวแรง เขี่ยสกัดดาวรุ่งดาราน้องใหม่ช่อง 3

“แพท” สับสนไม่รู้รีเทิร์น “ฮิม” หรือเปล่า รับหลังจากห่างยังนัดเจอกันบ้าง ไม่ขอระบุสถานะที่แท้จริง แต่แฮปปี้กับจุดที่อยู่แล้ว โต้เป็นต้นตอคอยสกัดดาวรุ่งน้องใหม่ช่อง 3 บอกวัดกันที่ผลงานดีกว่า

เคยประกาศถอนสถานะลดความสัมพันธ์กับไฮโซหนุ่ม “ฮิม อิสริยะ คูหาเปรมกิจ” เหลือเพียงเพื่อน แต่ล่าสุดยังมีคนแอบเห็นนางเอกสาว “แพท ณปภา ตันตระกูล” ควงหนุ่มฮิมสวีทห้างเมเจอร์รัชโยธินอยู่บ่อยครั้ง เมื่อสอบถามถึงสถานะความสัมพันธ์ที่แท้จริง เจ้าตัวยังไม่สามารถตอบได้ บอกหลังจากห่างกันไปถ้าว่างก็ยังติดต่อกันอยู่

“กับฮิมก็ยังมีคุยกันบ้าง คือจริงๆ ห่างของแพทนั้น แพทไม่เคยพูดว่าเราตัดความสัมพันธ์กัน ก็ยังมีคุยกันอยู่ ถ้าเขาว่างแล้วเราว่างก็อาจจะมีเจอกันบ้าง ส่วนโอกาสพัฒนาตรงนี้แพทพูดไม่ได้แล้ว แพทเองก็ไม่อยากจะพูดด้วย เพราะเราเป็นผู้หญิงพูดไปมันก็เท่านั้น สู้ถ้าเราสบายใจที่เราจะอยู่ ณ จุดๆ นี้ ตัวแพทเองก็โอเคนะ เราก็ไม่ได้หยุดความสัมพันธ์ ก็ยังคุยกันอยู่ว่างๆ ก็ยังเจอกัน เพียงแต่ว่าไม่ได้ใกล้ชิด ไม่ได้สรุปความสัมพันธ์ให้ชัดเจนว่า มันคืออะไรอยู่ตอนนี้”

“ฮิมยังเป็นคนพิเศษอยู่หรือเปล่า เขาก็ยังคงเป็นคนที่แพทสนิท ที่สุด มีเรื่องอะไรเราก็ยังคุยกันได้ มันเหมือนเพื่อนกันมากกว่า ที่แพทคุยได้และปรึกษาได้เกือบทุกเรื่อง เหมือนแพทมีเพื่อนคนนึงที่มีความรู้ในด้านนั้นด้านนี้ เราก็จะคอยขอคำปรึกษาจากเขา ยังระบุไม่ได้ว่าเราคบกันในสถานะแบบไหน ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาเป็นเพื่อนที่สนิทมากคนนึงของแพทแล้วกันค่ะ”

“แพทไม่อยากพูดเยอะ เพราะเขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรเยอะ พอนึกออกไหมคะ ก็ไม่ได้สรุปสถานะไง อย่างที่บอกแพทเลยเลือกไม่พูดอะไรดีกว่า แพทเลือกที่จะอยู่เฉยๆ นิ่งๆ ถามว่าอยู่ในจุดนี้แพทพอใจไหม แพทพอใจแล้วนะคะ แพทไม่รู้ว่าจะต้องการอะไร แค่เราคุยกันแล้วเรารู้เรื่องก็พอแล้ว”

โต้ทำตัวแรงเป็นต้นตอคอยสกัดดาวรุ่งน้องใหม่ช่อง 3 บอกตนก็เคยเป็นรุ่นน้องมาก่อน ถ้าจะสกัดก็สกัดกันที่ฝีมือดีกว่า

“เรื่องนี้ไม่จริงเลย จริงๆ แล้วแพทจะบอกว่าแพทมีเพื่อนในวงการน้อยมากเลย เพื่อนส่วนใหญ่ที่เป็นแก๊งค์ของแพทจริงๆ ก็จะเป็นเพื่อนนอกวงการหมดเลย แล้วยังไม่มีรุ่นพี่คนไหนสกัดดาวรุ่งน้องเลยสักคน ไม่ต้องรวมถึงแพท คนอื่นๆ ในพาวเวอร์ทรีไม่มีใครทำอย่างนั้นแน่นอนค่ะ ทุกคนยังมีงานและทำงานกันเหมือนเดิม และน้องเขาก็มาทำงานของเขา ในหน้าที่ส่วนของเขา ก็กระจายงานเหมือนวันที่เราเข้ามา เราก็ถูกกระจายงานแบบนี้เหมือนกัน”

“ถ้าจะเปรียบเทียบกันแล้ว แพทว่ามันคือโอกาส วันก่อนหน้าที่จะมีรุ่นน้อง เราก็เคยเป็นรุ่นน้องมาก่อน แล้วก็ก้าวเข้ามาเป็นรุ่นน้องเหมือนกัน แล้วก็มีรุ่นพี่เหมือนกัน แล้วรุ่นพี่ก็ไม่เห็นจะทำอะไรแพทเลย ซึ่งรุ่นพี่เหล่านั้นทุกวันนี้เขาก็ยังมีงาน รวมถึงพาวเวอร์ทรีก็เหมือนกัน ทุกวันนี้ทุกคนก็ยังมีงานเหมือนเดิม ไม่ต้องมาสกัดอะไรกันหรอกค่ะ”

“แพทว่าอย่างนึงคนทำงานเราวัดกันที่ผลงาน วัดกันที่ฟีดแบค แพทไม่สามารถไปบอกว่า ฉันไม่อยากเล่นกับเธอ แล้วผู้จัดจะต้องมาฟังแพทคนเดียว มันไม่ได้ สู้เรามาสกัดกันด้วยฝีมือการทำงานดีกว่า เลือกวัดกันที่ผลงานดีกว่า ตอนนี้แพทมีละครที่น่าจะได้ออนแอร์เรื่อง สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา มันอาจจะเป็นช่วงที่ละครช่องขาดพอดี ละครแพทก็เลยได้ออนเรื่อยๆ ก็เลยไม่มีสต๊อก เรื่อง เทพธิดาปลาร้า ก็กำลังเร่งถ่ายอยู่ อย่าไปมองว่าละครเราจะโดนตลอด ตรงนี้แพทเชื่อว่ากระแสเป็นสิ่งที่สำคัญ สิ่งไหนที่มันมาแพทเชื่อว่าผู้ใหญ่คงมองแล้วว่า ถ้าเอามาตอนนี้อาจจะไม่รอดกันทั้งหมดก็ได้ เอาช่วงที่รอดดีกว่า”

ปัดเปิดคลินิกศัลยกรรมเอง เผยแค่ร่วมหุ้นกับเพื่อนดารา “แมน การิน ศตายุ” เพราะยังอ่อนประสบการณ์

“ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ คือตอนนี้เป็นแพลนเฉยๆ แต่ถึงจะเปิดก็เป็นแค่คลินิกทั่วๆไปที่เกี่ยวกับความสวยความงาม เหมือนเวลาที่เราไปหาหมอ เวลาที่เราเป็นสิว ที่มีข่าวคิดว่าคงเป็นกระแสมากกว่า ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าแพทมีแพลนจะทำ แล้วก็มีข่าวว่าแพทไปทำนั่นนี่มาด้วย คนก็เลยอาจจะเอาไปโยงกัน แต่ด้วยความที่แพทไม่มีความชำนาญทางด้านนี้เลย แล้วโอกาสที่จะไปแข่งกับหมอเก่งๆ คงยาก ข่าวก็คือข่าวค่ะ เดี๋ยววันนึงมันก็หายไป ถ้าวันนึงมันพิสูจน์ไม่ได้เดี๋ยวมันก็หายไปเอง”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

"โก๊ะตี๋" ถอนตัว “สาระแนเห็นผี” ยันไม่ซดเกาเหลา "วิลลี่-เปิ้ล-หอย"

"โก๊ะตี๋" โต้ซดเกาเหลา “วิลลี่-เปิ้ล-หอย” หลังถอนตัวออกหนัง “สาระแนเห็นผี” แจงคิวชนหนังอื่นที่รับไว้ก่อน เคลียร์ปัญหากับกลุ่มสาระแนแล้วลงตัว เรื่องหน้าเล่นให้แน่

เคยรับปากให้สัญญาดิบดีว่า ถ้ากลุ่มสาระแนอย่าง “วิลลี่ แมคอินทอช ,เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และเปิ้ล นาคร ศิลาชัย” ผลิตภาพยนตร์เรื่องไหน จะต้องมีตนแสดงอยู่ด้วยทุกเรื่อง แต่พอทั้งสามคนทำหนัง “สาระแนเห็นผี” แล้วมีรายชื่อของตลกคิวทอง “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ร่วมแสดงด้วย จู่ๆ ไม่นานมานี้ “โก๊ะตี๋” ได้ประกาศขอถอนตัวออกจากหนังเรื่องนี้ เพื่อไปเล่นเรื่อง “สุดเขต เสลดเป็ด” ของผู้กำกับ “ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์” แทน งานนี้เลยทำให้ถูกมองต้องเกิดการซดเกาเหลาชามโตแน่ เมื่อไปสอบถามตลกชื่อดังก็ได้รับการชี้แจงกลับมาว่า

"คือเราสัญญาไว้ว่าจะเล่นกับพี่เขาทุกเรื่อง แต่บังเอิญว่าเราคุยกับพี่ยอร์ชไว้ก่อน เรื่อง สุดเขต เสลดเป็ด วางไว้ตั้งแต่เรื่องยังไม่เกิด ถ้าเรื่องหน้าเล่น ผมจะเล่นคู่กับพระเอกคนไหน เขาก็วางมา ก็คุยกันจนเรื่องราวมันเสร็จขึ้นมา ตอนนั้นยังไม่ได้ถ่าย สาระแน 10 ล้อ เลย นานมากแล้ว แล้วเราจะมาทรยศพี่ชายเราได้ยังไง ซึ่งมันก็หมายความว่าเราต้องเอาความถูกต้อง เพราะว่าเราคุยไว้ก่อน"

"ก็ยังนั่งคุยกับพี่เปิ้ล พี่วิลลี่ พี่หอยว่าเราจะเอายังไง เพราะเราก็ไม่อยากให้หนังสองเรื่องมันชนกัน พี่วิลลี่ก็บอกว่าให้เราเอาความสบายใจ เพราะเรื่องหน้าเราก็ได้เล่นอยู่แล้ว มันเลยไม่มีอะไร ถ้าถามว่ามีงอนมีโกรธกันไหม ไม่เลย ยังรักกันเหมือนเดิม แทบจะดูดตูดกันเลยก็ว่าได้ มันไม่มีทางจะสร้างความแตกแยก ความสัมพันธ์มันไม่ได้ละลายได้เพียงหนังเรื่องเดียวหรอก คนเราเป็นผู้ใหญ่พอ ทั้งสามพี่เขาเป็นคนมีเหตุผลมาก เขาบอกงั้นก็ไม่ต้องมาเล่น เอาความสบายใจ เข้าใจกันไม่มีอะไรเลย"

"ถ้าคนจะมองว่าทำไมหนังถึงชนกัน ก็เอาอย่างนี้อย่างเรื่องของพี่ยอร์ช เข้าปลายปีทุกเรื่องตั้งแต่ทำหนังมา เพราะพี่ยอร์ชถือเคล็ด บางคนหนังเข้าปลายปีแล้วจะเจ๊ง แต่สำหรับพี่ยอร์ชเข้าปลายปีแล้วประสบความสำเร็จ เขาเลยจองปลายปีไว้ และมันแน่นอนถ้าไม่ใช่ค่ายเดียวกัน โอกาสที่หนังจะชนกันมันก็มีสูง เพราะฉะนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ที่จะชนกันแค่นั้นเอง เราคนกลาง โอเคพองานชนกัน เราก็ต้องเลือกงานที่มาก่อน"

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“โอ วรุฒ” รับแยกทางกับเมีย ยัน “แอร์บัส” เป็นลูกไม่เคยคิดตรวจดีเอ็นเอ

“โอ วรุฒ” แถลงมั่นใจ “แอร์บัส” เป็นลูก ยันไม่ได้เป็นหมัน เชื่อเป็นการสื่อสารผิดทำให้เกิดกระแสข่าวลือไปตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่ลูกตน รับแยกทางกับภรรยาเมื่อก.ค.ที่ผ่านมา เหตุต่างคนต่างทำงานไม่มีสัมพันธ์ฉันท์สามี-ภรรยา ปัดฝ่ายหญิงมาเกาะเอาเงิน หรือตนมีสาวใหม่ รับจิตใจย่ำแย่ทำให้กลับมาดื่มแอลกอฮอล์อีก จนถูกทีวีธันเดอร์เบรกงาน

โอ วรุฒ กับน้องเก๋ ภรรยา

หลังจากที่เกิดกระแสข่าวลือออกมามากมายว่า ตอนนี้นักแสดงรุ่นใหญ่ “โอ วรุฒ วรธรรม” กำลังประสบปัญหาครอบครัวอย่างหนัก ทั้งเรื่องที่ว่าภรรยาสาว “เก๋ เจษฎาวรรลย์ จันทร์แตง” มาเป็นชาวเกาะเอาแต่เงิน ทำให้นักแสดงรุ่นใหญ่เกิดความไม่พอใจ รวมไปถึงมีการตรวจดีเอ็นเอแล้วว่า “น้องแอร์บัส” หรือ “ด.ช.อาณาจักร วรธรรม” ไม่ใช่ลูกตน เพราะผลจากการตรวจร่างกายของ “โอ” นั้น ปรากฏออกมาว่าเป็นหมัน

ซึ่งวันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา “โอ วรุฒ” ได้ทำการแถลงข่าวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวที่กองถ่ายละคร “พ่อปลาไหลป้ายแดง” ที่โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 โดยยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่เข้าใจผิดกัน และไม่มีความตั้งใจที่จะตรวจดีเอ็นเอเลยแม้แต่น้อย เพราะมั่นใจว่า “น้องแอร์บัส” เป็นลูกของตน

“ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่าเป็นการสื่อสารที่ผิด จากในทวิตเตอร์ที่เขามีข่าวลือว่า ลูกไม่ใช่ลูกของวรุฒ วรธรรม ก็มีทางสื่อมวลชนจากโมเดิร์นไนน์โทรมาสัมภาษณ์เมื่อวานตอนเย็นว่า พี่โอได้ไปตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ ซึ่งผมก็บอกว่าไม่ได้ไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งตอนที่สื่อสารตอนนั้นคลื่นโทรศัพท์ของทางโมเดิร์นไนน์ไม่ชัด เขาฟังว่าโอ วรุฒได้ไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีการตรวจดีเอ็นเอใดๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ไม่มีการบอกว่าไปตรวจดีเอ็นเอด้วยซ้ำไป ซึ่งถ้าไปตรวจดีเอ็นเอจริงๆ น่าจะเป็นข่าวไปตั้งแต่วันที่ไปตรวจแล้วนะครับ เพราะการตรวจดีเอ็นเอมันไม่ใช่ว่าง่ายเหมือนการตรวจปัสสาวะ ต้องทำเรื่องกับกรมตำรวจแล้วก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ ก็น่าจะเป็นข่าวไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”

“ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปตรวจ เป็นการสื่อสารที่ผิดครับ เมื่อวานนี้ทางโมเดิร์นไนน์ก็มาสัมภาษณ์ผมที่กองถ่าย แล้วเขาก็บอกเองว่าเขาสัมภาษณ์ตรงบันไดหนีไฟ แล้วสัญญาณมันก็ไม่ชัด พอฟังเสร็จเขาก็ได้ยินเป็นว่ามีการไปตรวจดีเอ็นเอ เขาก็เลยเข้าไปในทวิตเตอร์ไปซ้ำอีกรอบนึงว่ามีการไปตรวจดีเอ็นเอ ก็ยืนยันครับว่าน้องแอร์บัสเป็นลูกผม ไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ แล้วก็ไม่มีการชวนกันไปตรวจ ไม่มีครับ”

“ทางโมเดิร์นไนน์ รายการไนน์เอนเตอร์เทนคนที่มาสัมภาษณ์ ก็บอกว่าเขาขอโทษที่ได้ยินผิดเอง เขาจะเข้าไปแก้ให้ ก็ไม่รู้ว่าเขาแก้หรือยัง แต่วันนี้ก็ไม่เห็นไนน์เอนเตอร์เทนมานะ แต่เขาบอกผมแล้วล่ะว่าวันนี้ไม่กล้ามา กลัวเพื่อนๆ ด่า(หัวเราะ) ส่วนเรื่องผลตรวจสุขภาพของผมว่าเป็นหมัน มีด้วยเหรอ ไม่เป็น เป็นหมันได้ไง ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะว่าทำไมมีข่าวแบบนี้ แล้วก็ไม่ทราบด้วยว่ามาจากแหล่งไหน ซึ่งน้องแอร์บัสก็ยังเป็นเด็กชายอาณาจักร วรธรรมนะครับ ก็ยังเป็นลูกของผมด้วย”

แจงแยกกันอยู่กับภรรยาแล้ว เหตุเพราะความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ยันไม่มีปัญหาเรื่องชู้สาว และฝ่ายหญิงก็ไม่ได้มาเกาะเอาเงินตน

“ส่วนภรรยาตอนนี้เราแยกกันอยู่แล้วครับ เหตุผลง่ายๆ เลยก็น่าจะเป็นเพราะอยู่ด้วยกันแล้ว มันไม่มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยามากนัก เพราะต่างคนต่างทำงาน และงานเราเองก็ต้องตื่นเช้าแล้วกลับดึก ก็เลยแยกห้องกันอยู่ ซึ่งก็กลายเป็นว่าผมอยู่ห้องนึง แม่กับลูกเขาก็อยู่อีกห้องนึง ก็แยกกันมาตั้งแต่ลูกคลอดเลยครับ แล้วมาแยกกันจริงจังเลยก็ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา”

“ที่ว่าผมมีผู้หญิงคนอื่นเขาเลยต้องหอบลูกหนีเนี่ย จริงๆ แล้วมีเกือบทุกวันนะ(หัวเราะ) ไม่หรอก คือผู้หญิงคนอื่นไม่ได้หมายความว่ามีเมียอีกคนนะ ไม่มี แต่ถามว่าไปเที่ยวไหมก็ไปเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่ามีภรรยาใหม่อีกคนนึง แล้วมาวีนกันทะเลาะกัน แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอก น่าจะเป็นเรื่องของความห่างเหินกันมากกว่า เพราะว่าเราแยกกันอยู่คนละห้อง เวลาเรากลับมาดึกๆ ก็กลัวลูกตื่น หรือบางทีเราต้องตื่นไปแต่เช้า ก็กลัวลูกตื่นมากินนม ตื่นมาอึ เราก็เลยแยกห้องกันอยู่”

“ตอนนี้ผมก็ยังทำหน้าที่พ่ออยู่ แต่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแล้วครับ ลูกก็อยู่กับแม่ แม่เขารักลูกมาก ผมก็เลยให้อยู่กับเขาก็แล้วกัน แต่เราก็ยังคุยกันอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าเขาหอบลูกหนีครับ ผมก็ยังส่งเสียเลี้ยงดูปกติ ก็คิดว่าน่าจะมีโอกาสได้กลับมาอยู่ด้วยกันอยู่แล้วล่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสไปเจอลูกเลย ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าเขามาเกาะเรา มันก็ไม่ใช่เกาะหรอก เพราะมันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้วที่จะต้องเลี้ยงดูภรรยาและลูก ถามว่าเกาะไหมก็ไม่ใช่ เราเต็มใจที่จะให้อยู่แล้ว ไม่เรียกว่าเป็นการเกาะกัน เราก็ต้องเลี้ยงภรรยา ซึ่งเขาก็เป็นภรรยาเรา แล้วนี่ก็ลูกเราก็ต้องเลี้ยงเขา ไม่ใช่ว่าเขามาเกาะ”

เผยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับอดีตภรรยา เพราะหวั่นมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน

“ผมกับภรรยาไม่ได้จดทะเบียนกันครับ ที่ไม่ได้จดไม่เกี่ยวกับเรื่องของไม่มั่นใจอะไร มันเกี่ยวกับทรัพย์สินและสรรพากร มันหนักตรงนี้แหละ ตอนนี้ภรรยากับลูกผมน่าจะอยู่ที่ชลบุรี ก็ไม่ได้ถึงกับไปง้อครับ แต่ว่าไปหามากกว่า เขาก็อยู่หลายที่ หลังมีข่าวนี้ออกมาเราก็ยังไม่ได้คุยกันเลย เมื่อคืนกว่าจะเสร็จงานก็เที่ยงคืนกว่า วันนี้ก็เลยยังไม่ได้โทรหา ล่าสุดที่เจอลูกกับภรรยาก็เมื่อเดือนกันยายน เพราะเขาไม่เข้ามา เราก็เลยต้องไปเอง ตอนนี้ลูกขวบกับสี่เดือนแล้วครับ”

ยอมรับเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เลยทำให้กลับมาดื่มแอลกอฮอล์อีกครั้ง ส่งผลกระทบกับเรื่องงานถูกค่ายทีวีธันเดอร์ ลงโทษพักงานยาวไปถึงช่วงปีใหม่

“ก็ยอมรับว่ามีเฮิร์ทนิดหน่อย ก็มีดื่มๆ บ้าง คือหลังจากขวบนึงที่เราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกับเขา บางทีเรากลับไปได้เห็นหรือบางทีได้กลิ่นมันก็มีบ้าง แต่ดื่มไม่หนักนะครับ ดื่มเบาๆ ดื่มทีละแก้ว ไม่ได้ดื่มทีละขวด ก็ดื่มวันเว้นวัน แต่ไม่ใช่ดื่มจนอาการทรุดหรอก แต่ดื่มแล้วคุมไม่ได้มากกว่า แต่จริงๆ แล้วต้องขอบอกว่าไม่เคยเป็นแอลกอฮอล์ลิซึ่มนะครับ แต่ว่าเป็นโรคติดบรรยากาศมากกว่า ติดบรรยากาศของเพื่อน ของโคโยตี้ คือเป็นคนใจบุญ ทุกอาทิตย์ต้องไปปล่อยโคครับ(หัวเราะ)”

“คือตั้งแต่เข้าวงการมาเพื่อนๆ ทุกคนก็จะรู้อยู่แล้วว่า ถ้าเราดื่มแล้วเราสนุก เพราะฉะนั้นก็มักจะมีคนชวนไปดื่มตลอดเวลาเพราะว่าสนุก หรือถ้าเราไปแล้วเราไม่ดื่มมันก็จะกลายเป็นเรื่องแปลก เพื่อนๆ ก็จะงงๆ ว่าทำไมไม่ดื่ม ทุกวันนี้ก็ยังเที่ยวบ้างครับ แต่พักหลังๆ นี้ไม่ค่อยดื่มเยอะแล้วนะ เป็นแค่ความสนุกเฉยๆ เรื่องที่ว่าผมดื่มหนักจนถูกปลดจากละครและรายการ อันนี้ก็ถือเป็นการสั่งสอนจากทางทีวีธันเดอร์ เพราะจริงๆ ทางธันเดอร์ได้เตือนมาหลายครั้งแล้วว่า ให้เพลาๆ ลงบ้าง อย่าให้เสียงาน และทำเสียงานมาหลายครั้ง ทางธันเดอร์ก็เลยพักงาน เห็นทางเจ้านายบอกว่าจะพักถึงตอนปีใหม่”

“ผมถูกพักงานมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมครับ แต่ที่มีออกอากาศอยู่ก็คือเทปที่อัดไปแล้ว ก็หลังจากหมดทัณฑ์บนแล้วเจ้านายบอกว่าจะให้กลับไปทำต่อ ก็ต้องแล้วแต่ความกรุณาของเจ้านายด้วย ตอนนี้ที่หยุดไปก็มีรายการ โอโน่, สะบัดช่อ แล้วก็ซิทคอม หลวงตามหาชน ทั้งหมดเลย ก็คงต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ตอนนี้ก็เปลี่ยนแล้ว ถ้าให้บอกกันตรงๆ เลยก็คือ เมื่อก่อนที่เหลวไหลก็คือดื่ม ตื่นมาก็ดื่มเลย ล้างคอก่อน(หัวเราะ) บางทีมันมีเสลด แล้วพอดื่มมันก็มีอาการ คืออาการมันฟ้องเลย วันนั้นถ่ายๆ อยู่ก็ถูกสั่งกลางอากาศเลยพักๆ กลับบ้านไป พอวันรุ่งขึ้นก็มีโทรศัพท์มาจากห้องประชุม ห้องเย็น(หัวเราะ) ก็พักงานไป แต่ตอนนี้ก็ดื่มน้อยลงครับ อย่างวันไหนที่มีงาน อย่างเมื่อวานมีการเลี้ยงปิดกล้องเราก็ไป ดื่มเสร็จก็กลับ พอตื่นมาก็ทำงาน”

“เจอทั้งเรื่องเลิกภรรยา เรื่องข่าว แล้วยังถูกพักงาน สภาพจิตใจก็ย่ำแย่บ้างนะครับ แต่พูดถึงการเปลี่ยนแปลง มันก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จากที่ธันเดอร์สั่งสอนมาก็ทำให้เราปรับปรุงตัว ซึ่งมันก็เป็นผลดีกับตัวเอง ที่ธันเดอร์ตักเตือนเราแบบนี้ แต่จริงๆ ช่วงพักงานก็ไม่ได้ว่างนะ เผอิญมีละคร 2 เรื่อง ก็ถ่ายทั้ง 2 เรื่อง 7 วันเลย ไม่ได้หยุดเลย ก็มีเรื่อง ปลาไหลป้ายแดง ถ่ายมา 5-6 เดือนแล้ว ก็ถ่ายมาตั้งแต่ก่อนถูกพักงาน แล้วก็อีกเรื่องนึงก็ถ่ายไปพร้อมๆ กัน ทั้งอาทิตย์ก็เลยจะไม่ว่างเลย ก็คืองานที่ถูกพักเป็นงานเฉพาะของธันเดอร์ครับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์