วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

SHINee แสดง “Sherlock” ชนะในรายการ Inkigayo

Han Seung Yeon วง KARA ถูกวิจารณ์ว่าเธอไปศัลยกรรมคางมาอีกคนแล้ว??

ตกเป็นกระแสข่าวการศัลยกรรมอีกคนแล้วสำหรับสาวฉายาหนูแฮมสเตอร์ Han Seung Yeon จากวง KARA ที่ล่าสุดมีการนำภาพเธอในปัจจุบันมาเปรียบเทียบกับภาพในอดีตที่ทำให้เห็นความแตกต่างของรูปหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจนทำให้ถูกรุมวิจารณ์ว่าเธอได้ผ่านมีดหมอมาหรือเปล่า?

KARA วงเกาหลีสาวสวยสุดฮอตจากค่าย DSP ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการว่าพวกเธอนอกจากจะมีหน้าตาน่ารักมาตั้งแต่เกิดแล้วยังมีความสามารถมากจนเป็นที่ยอมรับอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ล่าสุดได้ได้มีชาวเน็ตโพสต์ภาพเปรียบเทียบรูปหน้าในช่วงก่อนหน้านี้และปัจจุบันพร้อมข้อความว่า "Han Seung Yeon แก้มป่องๆ ของเธอหายไปแล้ว แถมคางก็ยังเข้ารูปเป็นตัว V เลยนะ!"

ด้านล่างของข้อความดังกล่าวมีผู้เข้ามาโพสต์รูปของเธอเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นรูปของเธอขณะที่เธอยังมีแก้มป่องๆ และคางที่มนกลมกว่านี้ หลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่ไม่ดีว่า "คางเธอเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด" "ถ้าคุณผอม หน้ามันจะไม่เล็กลงหรอกนะ" "แต่ก่อนน่ารักกว่าเยอะเลย!" "ห๊ะ!! ที่เธอคงไม่ได้ไปทำศัลยกรรมมาใช่มั้ย??" "ไม่น่ารักอย่างเดิมเลย" "เธอน่ารักเพราะหน้าเหมือนแฮมสเตอร์แท้ๆ เลย ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว"

ซึ่งหลายกระแสในหลายๆ เว็บยังต่างให้ความเห็นเกี่ยวกับภาพของเธอว่า อาจจะเป็นการตกแต่งด้วย Photoshop หรือเป็นเพราะเธอผอมลงหรือเปล่า? ทางทีมงานจึงไปหาภาพของเธอ ณ ปัจจุบันมาให้ดูกันด้วย ซึ่งจะเห็นว่าในบางภาพหน้าของเธอก็ดูเล็กมาก แต่ในบางมุมคางเธอก็ยังมนกลมอยู่เหมือนเดิม โดยอาจจะเป็นที่วิธีการยิ้มหรือวิธีการพูดที่เปลี่ยนไป เพื่อนๆ ลองดูแล้วลองตัดสินใจกันเอาเองนะจ๊ะ ^^







มีคลิปด้วยนะ ^^



ข่าวเกาหลี by www.VelawanG.com
หากนำข่าวไปเผยแพร่ กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ ^^

“วินนี่” ตั้งเป้าปีนี้จะเป็นพระเอกช่อง3 ให้ได้ ฝันอยากเป็นเหมือน “ณเดชน์”

“วินนี่” แฟนเก่า “นก อุษณีย์” ตั้งเป้าปีนี้จะเป็นพระเอกช่อง3 ให้ได้ ฝันอยากเป็นเหมือน “ณเดชน์” ลุ้นผู้ใหญ่เซ็นสัญญา ออกปากอยากร่วมงาน “ชมพู่-พลอย” เจ้าตัวเผยค่ายหนังจากฮอลลีวูดเรียกไปแคสงาน แต่ตนยังไม่พร้อมเพราะอยากเก็บประสบการณ์จากเมืองไทยก่อน ไม่หวั่นเสียโอกาสเพราะงานที่เมืองนอกยิ่งแก่ยิ่งได้บทเท่ๆ

หลังจากได้ลองชิมลางละครเรื่อง “สุภาพบุรุษสะลึมสะลือ” กับทางช่อง3 เป็นเรื่องแรก ก็ทำเอาดาราหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อิตาลี “วินนี่ คินนี่” แฟนเก่า “นก อุษณีย์” ออกอาการติดอกติดใจ ถึงขนาดมุ่งมั่นว่าปีนี้จะขึ้นแท่นเป็นพระเอกให้จงได้ หลังเทรนด์พระเอกลูกครึ่งกำลังมาแรง ถึงแม้จะเจอสายแข็งอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แต่เจ้าตัวก็ไม่ท้อยังคาดหวังว่าจะมีสิทธิ์อยู่บ้าง และมุ่งมั่นว่าสักวันจะต้องเป็นอย่างณเดชน์ให้ได้

“ฟีดแบคละครดีมาก แฟนคลับก็เยอะดีมากๆ ครับ ผลงานหลังจากที่ละครจบไปตอนนี้ก็เตรียมตัวจะมีละครเรื่องต่อไปแน่นอนครับ กับทางช่อง3 แต่ไม่ได้เซ็นสัญญา ผมหวังว่าผู้ใหญ่คงกำลังพิจารณาอยู่ แฮปปี้มากครับอยู่กับช่อง3 ผมชอบมาก ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่ให้โอกาสผมได้เล่นละคร กับช่อง3 มีงานเรื่อยๆ คิดว่าเขาน่าจะมีงานให้ผมอยู่นะ(หัวเราะ)”

“เรื่องภาษาเอาไว้ทีหลังก็ได้ครับ คิดว่ายังไงก็ต้องดีขึ้นอยู่แล้ว เมื่อ3 ปีที่แล้วผมพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ตอนนี้ภาษาไทยอ่านคล่องแล้วครับ (หัวเราะ) คือผมเป็นคนที่จะทำอะไรต้องทำให้ได้เอาให้ได้ไม่ยอมแพ้หรอก อย่างปีนี้ผมตั้งเป้าไว้ว่าอยากเป็นพระเอก ต้องเอาให้ได้ๆ ถามว่าผู้ใหญ่รู้ไหมว่าผมอยากเป็นพระเอก (หัวเราะ) รู้นะ (พระเอกช่อง3 เยอะนะอย่าง ณเดชน์?) ไม่เป็นไรครับ คนละแบบกัน ผมก็รู้ว่าตอนนี้ช่อง3 เขามีพระเอกลูกครึ่งเยอะเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าถ้าวันนึงผมพูดภาษาไทยได้ชัดพอก็น่าจะเป็นได้เหมือนกับเขา”

“ถามว่าอยากคู่กับนางเอกคนไหน ผมชื่นชอบผลงานของพี่ชมพู่ เคยเจอเขาตามงานช่อง3 เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษได้ ยังพูดเล่นกับเขาเลยว่าถ้าได้เล่นคู่กัน เขาคงช่วยผมได้นะ (หัวเราะ) คิดว่าถ้าได้เล่นกับเขาก็คงดีครับ เพราะเขาก็ลูกครึ่ง แต่ถ้านางเอกไทยก็อยากจะแสดงคู่กับพลอย เฌอมาลย์ เขาเล่นเก่งมาก เรื่องการแสดงของผมก็คงต้องพัฒนาอีกเยอะเพราะถือว่าเป็นนักแสดงใหม่”

“ถึงจะได้เป็นพระเอกละครเย็นผมก็ไม่ซีเรียสนะ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ แล้วแต่ผู้ใหญ่จะกรุณา ผมก็ต้องรับได้อยู่แล้ว แต่ถ้าได้เป็นพระเอกหลังข่าวก็ดีนะ มันต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของผมเองด้วย ตอนนี้ยังไม่ได้อยู่ค่ายละครไหนเลยครับ แต่ที่สนิทด้วยก็มีของพี่กอบสุข เขาก็ดีครับ พาเราไปเจอผู้ใหญ่ ก็ได้เจอผู้ใหญ่อย่างพี่สมรักษ์ เขาก็น่าจะโอเคกับผมนะ เขาก็ยังไม่ติติงอะไรผมนะ”

เผยค่ายหนังจากฮอลลีวูดเรียกให้ไปแคสงาน แต่ยังไม่พร้อม ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเมืองไทยไปก่อน ไม่หวั่นเสียโอกาสเพราะงานที่เมืองนอกถึงจะเป็นพระเอกรุ่นใหญ่แต่ก็ยังขายได้

“ถามว่าไม่คิดกลับไปทำงานที่เมืองนอกเหรอ ก็คิดนะครับ มีค่ายของฮอลลีวูดชอบผมนะ จะเรียกให้ผมไปแคสงานที่นั่นเป็นงานหนังหรือละครซีรีย์ คือที่ผมจะไปเป็นระดับฮอลลีวูดเลยครับ เราก็ส่งโปรไฟล์ไปให้ทางนั้นตั้งนานแล้วครับ แต่เราเองก็ไม่พร้อม ผมเองไม่ค่อยเชื่อใครดื้อมาก แต่ผมตั้งใจอยากเป็นพระเอกที่เมืองไทยก่อน ขอให้มีโปรไฟล์ ผมไม่กลัวเสียโอกาสงานที่เมืองนอก เพราะที่นู้นเขาเป็นนักแสดงได้นานนะ พระเอกยิ่งแก่ยิ่งได้บทที่เท่ๆ ที่นู้นบอกว่าผมยังหน้าเด็กไป ยังไม่มีบท สังเกตุที่ฮอลลีวูดเขาจะดูโตหน่อย”

“เราอยากมีประสบการณ์สร้างความมั่นใจในตัวเอง เรื่องการแสดงผมให้ตัวเองเป็นศูนย์เลยนะ เพราะการแสดงเป็นศิลปะ ต้องพัฒนาตัวเอง อย่างถ้าเปรียบผมก็พี่เคน ธีรเดช พี่โฬม เขาก็เก่งมาก ผมก็คงไม่พอใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ดีขึ้นแล้วนะ ต้องพัฒนาให้เท่าพระเอกรุ่นใหญ่ๆ ครับ ถ้าสมมติผมได้เซ็นกับช่อง3 แล้วมีโอกาสได้เล่นหนังที่ฮอลลีวูดด้วย ผมว่าช่อง3 น่าจะสนับสนุน แล้วถ้าผมกลับมาเล่นละครที่เมืองไทยมันก็จะสร้างกระแสให้เมืองไทยและช่อง3 ด้วย”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันนี้ของตลกหญิง “นก วนิดา” เสพยา-ติดคุก-ตกงาน ยังไม่เจ็บเท่าเห็นลูกต้องลำบากหาเลี้ยงครอบครัว

ตลกหญิง “นก วนิดา” โผล่งานวันเกิด “ชิ อนุชา” เผยชีวิตที่ผ่านมาลำบากไม่มีงานทำ สุดสงสารลูกสาววัย 19 ต้องไปร้องเพลงหาเงินส่งตัวเองเรียนและเลี้ยงดูครอบครัว บอกเรื่องที่ผ่านมาในชีวิตไม่ว่าจะเป็นคดียาเสพติดหรือติดคุกยังไม่รู้สึกเจ็บเท่าเห็นลูกต้องมาลำบาก

“นก วนิดา แสงสุข” ตลกหญิงเคยถูกจับดำเนินคดีเรื่องคดียาเสพติดเมื่อปี 2552 ต่อมาปี 2553 ก็ยังถูกจับในคดีครอบครองยาเสพติดเช่นกัน ส่งผลให้อนาคตในวงการบันเทิงดับสนิทไม่มีผู้จัดจ้างไปเล่นละครเพราะถือว่าเป็นตัวอย่างไม่ดีต่อสังคม จากนั้นนก วนิดาก็หายไปจากวงการบันเทิงกระทั่งไปปรากฏตัวในงานวันเกิด “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” นก วนิดาก็ได้เปิดเผยว่า เกือบ 3 ปีที่ผ่านมาชีวิตค่อนข้างลำบากเพราะไม่มีงานแสดง ลูกสาววัย 19 ต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัวออกไปร้องเพลงหาเงินส่งตัวเองเรียนและดูแลครอบครัว

“ก็หายไปเกือบ 3 ปีแล้วก็ไปทำบุญใครมีงานอะไรก็ไปช่วยเขาก็ไปเรื่อยๆ ก็ทำงานแบบเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่ได้มีงานทำที่เป็นหลักแหล่ง คิดถึงอาชีพตลกเหมือนกันเพราะเราเดินทางมาเส้นนี้ตลอด แต่พอไม่ได้ทำก็ดีไปอย่างเพราะมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นได้อยู่กับครอบครัว แต่สงสารลูกเพราะทุกวันนี้ลูกต้องมาช่วยทำมาหากิน”

พูดจบนกก็เรียก “น้องบูม ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต” ลูกสาววัย 19 ปีมาแนะนำให้รู้จัก
“น้องบูมอายุ 19 ปีเรียนนิเทศศาสตร์ปี 1 ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นเด็กที่ขยันมาก ตั้งแต่มีเรื่องมาก็ได้เขานี่แหละที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหาเลี้ยงครอบครัว และเขาก็ส่งตัวเองเรียน บูมชอบร้องเพลงทุกวันนี้พอเลิกเรียนเสร็จก็ไปร้องเพลงตามร้านอาหาร”

ด้าน “น้องบูม” ก็เปิดเผยว่า...
“บูมชอบร้องเพลงค่ะที่ผ่านมาก็เคยไปประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ได้เข้ารอบ 48 คน เพราะว่าเราต้องหาอะไรทำแล้วเพราะแม่เขามีคดีหาเงินไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็กู้หนี้ยืมสินมาใช้ พอถึงจุดหนึ่งบูมเลยคิดว่า เราคงต้องออกมาทำอะไรแล้วก็เลยเลือกที่จะประกวดเพื่อเปิดตัวเอง”

“แต่ก็คงไม่ประกวดอีกแล้วเพราะหนูเป็นคนที่ผิดหวังมาก ถ้าเกิดแพ้แล้วมันผิดหวังมากจะไม่อยากร้องเพลงตอนที่ประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์แล้วไม่ได้ หนูก็รู้สึกแย่เหมือนกันมันแบบไม่อยากร้องเพลงแล้ว แต่การแพ้ครั้งก็ให้อะไรเราเยอะค่ะ คิดไปคิดมาขนาดสุนารี ราชสีมา เขาก็ไม่ได้ที่หนึ่งแต่เขายังดังเลย”(ยิ้ม)

“ที่สำคัญพอผ่านเวทีการประกวดมาคนอื่นก็เห็นว่าเราสามารถร้องเพลงได้ เพื่อนของแม่เขาก็พาหนูไปร้องเพลงตามคาเฟ่ตามร้านอาหาร ก็ได้รางวัลเวลาร้องเพลงมาบ้างก็พออยู่ได้ค่ะ พอเลิกเรียนเสร็จ 6 โมงเย็นหนูก็แต่งตัวเตรียมไปร้องเพลง บางคืนมีร้อง 4 ที่ก็เลิกตี 2 ตี 3 พอเช้ามาก็ตื่นไปเรียน บางวันกลับมาแทบจะสว่างก็รอไปเรียนเลย”

“ก็ค่อนข้างหนักแต่สู้ค่ะ ไม่เหนื่อยไม่ท้อ ทำงานแบบนี้มาจะ 2 ปีแล้วหนูค่อนข้างชิน มันกลายเป็นว่าวันไหนไม่มีงานจะรู้สึกเหงาๆ แต่ตอนที่ทำใหม่ๆ ก็คิดเหมือนกันว่า มันเหนื่อยจังเลย เมื่อก่อนตอนที่แม่ทำงานในวงการเราไม่ต้องมาเหนื่อยขนาดนี้”

“แต่พอเหนื่อยแล้วก็คิดถึงเงิน เพราะถ้าไม่มีเงินเราก็ออกไปไหนไม่ได้ ไปเรียนก็ต้องใช้เงินไปกินข้าว ไหนจะยายอีก ไหนจะแม่อีก ก็ต้องประหยัดค่ะได้เงินมาก็เอาให้ยายหมดเลย ยายเขาจะให้ไปเรียนวันละ 100 บาท แต่ตอนนี้ไม่คิดอะไรแล้ว เราต้องมองในแง่ดี วัยรุ่นคนอื่นๆ ไม่มีโอกาสได้มาหาเงินแบบเรามีแต่เที่ยวไปวันๆ หนึ่ง เราได้มาอยู่ตรงนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เราจะไม่ทำตัวเที่ยวเสเพล”

เห็นลูกทำงานแล้วสงสาร
“เห็นลูกทำงานแล้วก็สงสารเขา เมื่อก่อนเราต้องหาเลี้ยงเขา แต่ตอนนี้เขาหาเลี้ยงแม่เลี้ยงยาย มันสะท้อนภาพเราตอนเด็กๆ ตอนสมัยเราเด็กๆ อายุเท่าเขา เราก็ทำงานตั้งแต่เด็กแบบนี้เหมือนกัน เรารู้ว่ามันเหนื่อยอยากไปไหนก็ไม่ได้ไปมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งจริงๆ แล้วมาถึงรุ่นเขาแล้ว เขาไม่ควรจะต้องมาเหนื่อยแบบนี้ เขาต้องสบายกว่านี้ถ้าไม่เกิดเหตุผิดพลาดขึ้นมาในชีวิตเรา”

“แต่เขาก็เป็นลูกที่น่ารักมาก เขาให้กำลังใจเราไม่ต้องกลัวหนูเหนื่อยหนูอยากทำงาน ก็เลยมาคิดอีกมุมหนึ่งว่า ก็ดีลูกเราได้มีประสบการณ์สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในวันที่ไม่มีแม่ไม่มีใครแล้วเขาจะได้อยู่ได้ แต่พอมองย้อนกลับไปก็เสียใจนะที่ทำให้ลูกต้องลำบาก แต่ยังไงมันก็ผ่านไปแล้วก็คิดซะว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนจุดหนึ่งของชีวิตที่อาจจะแย่มากๆ แต่มันก็เป็นที่มาของสิ่งดีๆ หลายๆ อย่าง เราได้หลุดออกมาจากสิ่งนั้น และก็ได้มาเห็นความรักความสามัคคีของครอบครัวเรา”

“บอกได้เลยว่าในชีวิตนี้สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตก็คือลูก เพราะเขาไม่เคยทำให้เสียใจ ไม่เคยสร้างปัญหาอะไรให้เลย มีแต่เราซะอีกที่ไปสร้างปัญหาเอาไว้ ก็เคยขอโทษเขานะก็ขอโทษเขาบ่อยเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วครอบครัวเราจะไม่ค่อยมีคำพูดออกมา มันเหมือนจะรู้สึกออกมาเองโดยที่ไม่ต้องพูดกัน อย่างตัวเขาเองก็เหมือนกัน พอเขารู้สึกว่าเขาจะต้องเริ่มหาอะไรทำแล้วนะเพื่อเลี้ยงครอบครัว เขาก็ไม่พูดแต่เขาทำเลย เขาทำให้เราเห็นเลย”

แต่กว่าจะเข้มแข็งมาจนถึงวันนี้ “บูม” ยอมรับว่า ต้องฝ่าฟันกับเสียงรอบข้างที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่
“กับเพื่อนๆ ที่สนิทกันเขาจะโตๆ กันแล้วจะไม่มีใครมาถามจะทำตัวปกติ แต่จะมีเพื่อนรุ่นน้องหรือเพื่อนรุ่นพี่เขาจะเข้ามาถามเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับแม่ หรือไม่เวลาที่เราเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเขาพูดๆ กันบ้าง แต่เราจะไม่ใส่ใจกับมันไม่คิดอะไร”

“ถามว่าอายไหม...คือ เขาคือแม่ ยังไงเขาก็คือแม่หนู แม่หนูแย่อยู่แล้วถ้าหนูไปใส่อารมณ์หรือไปทำอะไรที่ไม่ดีแล้วแม่หนูตายไปหนูไม่เอา หนูอยากรักษาชีวิตแม่ให้อยู่กับหนูดีกว่า ก็บอกเขาไปว่า อะไรที่มันพลาดไปแล้วไม่เป็นไร สิ่งที่ยังไม่เคยมี ยังไม่เคยมีบ้าน ยังไม่เคยมีรถ หนูจะทำให้มี”

“ตอนนี้ก็เริ่มทยอยใช้หนี้ที่เราไปกู้กันมาตอนที่แม่ไม่มีงาน แต่หนูโชคดีมากที่ตอนนี้พ่อเอก(เอกชัย ศรีวิชัย) มาช่วยดูแล พ่อเอกเมตตาให้หนูไปร้องเพลงที่วงพ่อเขาก็จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายบ้าง และเร็วๆ นี้ก็กำลังจะทำเพลงกับพ่อเอก แต่ตอนนี้หนูยังเรียนยังไงก็ต้องเรียนก่อนค่อยหาเวลามาทำเพลง”

“เป้าหมายที่วางไว้ถ้าหนูใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ก็อยากจะซื้อรถให้แม่จะได้พาแม่กับยายไปโน่นไปนี่ แต่ตอนนี้หนูยังขับฟีโน่อยู่เลย(หัวเราะ) ทุกวันนี้หนูก็ขับไปเรียน(บ้านอยู่ไหน) บ้านอยู่แถวไฟฉาย(ขับไปเรียนแถวประชาชื่นเนี่ยนะ ?)ก็ไกลเหมือนกันค่ะ 18 กิโล แต่หนูไม่อยากนั่งรถเมล์มันช้ารถมันติดด้วยขับรถมอเตอร์ไซด์ก็สะดวกดี”

อยากจะขอโอกาสทำงานเพื่อช่วยลูกหาเงิน
“ก็เป็นห่วงเขาเพราะลูกเราเป็นผู้หญิงขับรถมอเตอร์ไซด์มันก็อันตราย ไปร้องเพลงตามร้านอาหารก็คนเยอะแยะไปหมด แต่เขาก็ดูแลตัวเองดีแต่งตัวเรียบร้อย เพราะโดยนิสัยเขาจะแมนๆ เหมือนผู้ชายสายเดี่ยวก็ไม่ใส่ สำหรับอนาคตต่อจากนี้ก็อยากจะแบ่งเบาเขาบ้าง อยากจะมีงานแสดงเพราะเป็นสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด เพื่อที่จะได้เอาเงินไปเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีงานโทรเข้ามาบ้างแล้ว ล่าสุดก็พึ่งไปเล่นซิทคอมมาหนึ่งตอน แต่ละครยาวๆ ยังไม่มี”

“ก็อยากจะขอบคุณทุกๆ คนที่เคยให้การให้งานเรา เพราะการที่เขาให้งานเรามันเหมือนเขาให้ชีวิต ให้อนาคต ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเรา แต่เราได้ทำลายมันไปเอง ก็อยากจะขอโอกาสอีกซักครั้งไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อลูก เพราะทุกวันนี้เห็นเขาทำงานแล้วสงสาร ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจเป็นเรื่องคดีหรือติดคุกมันยังไม่เจ็บเท่าเห็นเขาเหนื่อย เราเป็นแม่เขานะ แต่เขาต้องมาดูแลเราอยากจะช่วยอะไรลูกได้บ้าง”

“ส่วนอนาคตของลูกเราไม่อยากจะวางแผนอะไรให้เขา เพราะที่ผ่านมาเขาเป็นเด็กดีมาโดยตลอด เขาคงดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีกว่าเราซะด้วยซ้ำ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

เปิดใจคู่กรณี “บอดี้สแลม” ยันโดนกระชากคอเสื้อ-ข่มขู่ วอนแกรมมี่อบรมศิลปินให้ดีกว่านี้

คู่กรณี “บอดี้สแลม” ยันโดนกระชากคอเสื้อ และโดนข่มขู่ที่สนามบิน บอกไม่คิดแจ้งความ และไม่คิดมีเรื่อง แค่เสียความรู้สึกที่อีกฝ่ายทำตัวแบบนี้ ทั้งที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน พร้อมเผย “ยอด มือกีต้าร์บอดี้สแลม” ไปโพสต์ในอินสตาแกรม ว่า “คราวนี้แค่กระชากคอเสื้อ แต่ถ้าเป็นคราวหน้า....” เจ้าตัวลั่นไม่ได้อยากให้ขอโทษ แต่อยากวอนแกรมมี่อบรมศิลปินให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน ด้านบอดี้สแลมยังปิดปากเงียบ

ยังอยู่ในความสนใจ กรณีที่ก่อนหน้านี้มีสาวนามสกุลไฮโซโพสต์อ้างผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Rin Mahadumrongkul ว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา พี่ชายของตนถูก “ชัช สุชัฒติ จั่นอี๊ด” มือกลอง “บอดี้สแลม” กระชากคอเสื้อ และขู่ทำร้ายร่างกายด้วยถ้อยคำหยาบคาย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งปัญหาเกิดจากกลุ่มนักร้องดังลัดคิวเช็กอินขึ้นเครื่องไปต่างประเทศ จนเกิดความไม่พอใจกัน โดยสาวคนดังกล่าวได้ระบุว่า แม่ของตนเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งหลังจากที่เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมา ก็ได้กลายเป็นประเด็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ทันที อีกทั้งยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาต่างๆ นานา บ้างก็เห็นใจและตำหนิการกระทำของกลุ่มนักร้องดัง บางคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า หากอีกฝ่ายพูดแค่นี้จริงๆ ชัชมือกลองจะของขึ้นขนาดนั้นเชียวหรือ ฯลฯ

เพื่อความกระจ่าง ทีมข่าวบันเทิง “ASTVผู้จัดการออนไลน์” จึงได้ติดต่อไปยัง “วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล” คุณแม่ของรินที่เป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง วิภาวรรณ ได้ออกตัวว่าไม่ได้อยากให้สัมภาษณ์เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร และอยากให้ทุกอย่างจบ พร้อมยันการที่ลูกสาวไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก เพียงเพราะอยากปกป้องพี่ชาย ไม่ได้เจตนาเอาเรื่องอะไรเลย

“คนที่เกิดเหตุเป็นหลานค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับรินลูกสาวที่เป็นคนโพสต์ วันนั้นเราจะกำลังจะเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ ก็ไปเข้าแถวรอเช็กอินที่สุวรรณภูมิ ก็เข้าแถวทำทุกอย่างเหมือนคนอื่นๆ แล้วกลุ่มเขา (บอดี้สแลม) ก็เดินตัวคิวคนที่ต่อคิวอยู่เหมือนที่รินลูกสาวโพสต์ไป แล้วหลานชายก็พูดดีๆ นะคะ ถามทางโน้นว่าทำไมไม่ต่อคิวครับ แล้วหลานก็พูดครับอย่างสุภาพและไม่ได้พูดน้ำเสียงไม่ดีเลย แล้วตอนนั้นน้องตูนก็หันมาตอบอย่างสุภาพนะคะ ว่าผมก็ไม่ทราบครับ ผมมากับคณะครับ อันนี้ย้ำว่าน้องตูนน่ารักมากนะคะ น้องตูนไม่เกี่ยวเลยนะคะ”

“หลังจากเช็กอินเสร็จแล้วกลุ่มของน้องๆ เขาก็เข้าไปก่อนเราประมาณ 20 นาทีได้ พอหลานชายเดินเข้าไปทางน้องเขา(ชัช มือกลองบอดี้สแลม)ก็เดินเข้ามากระชากคอเสื้อ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้ยืนอยู่กับหลาน แต่เห็นเหตุการณ์ไกลๆ ตอนเดินเข้าไปหลานก็บอกไม่มีอะไรครับๆ หลานเขาก็เล่าให้ฟังว่าน้องคนที่กระชากคอเสื้อพูดอย่างที่รินโพสต์น่ะค่ะว่า มึงพูดว่ายังไงนะ พ่อมึงเป็นใคร แล้วเพื่อนๆ เขาก็เข้ามาห้ามบอกว่าปล่อยไปเถอะ แล้วคุณคนเดิมก็หันมาพูดว่า ระวังตัวไว้ให้ดี จะไปเมืองไหน กูมีพวกอยู่ทุกเมือง ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”

“ตอนนั้นหลานก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะตกใจอยู่ เขาเองก็ตกใจมากนะคะ (ยืนยันว่าหลานชายไม่ได้พูดจาไม่ดีใส่?) ใช่ค่ะ หลานชายเขาไม่ได้พูดจาไม่สุภาพเลยนะคะ ตั้งแต่ตอนแรกที่ถามแล้ว หลานเขาก็หันไปถามดีๆ เพราะมันก็คงจะเป็นธรรมดานะคะที่จะรู้สึกว่าเขาทำไมไม่ต่อคิว เพราะคนอื่นก็ยืนรอแถวกันอยู่ ตอนที่โดนกระชากคอเสื้อเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะเขาก็ตกใจมาก”

“หลานชายอายุ 24 เขาเป็นเด็กเรียนนะคะ และไม่ใช่เด็กก้าวร้าว ถ้าเห็นหน้าจะรู้ว่าเขาไม่น่าจะมีเรื่องกับใคร แล้วการที่ริน(ลูกสาว)ไปโพสต์ก็คงเพราะอยากปกป้องพี่ แต่ไม่ใช่อยากให้เป็นข่าวหรืออะไร เพราะเราเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว วันนั้นหลังจากเกิดเรื่องเราแค่แจ้งเจ้าหน้าที่ตรงนั้น แต่ไม่ได้แจ้งความนะคะ เพราะเรายืนยันจริงๆ ค่ะว่าไม่อยากมีเรื่อง”

“พูดตรงๆ ก็คือ เราไม่รู้จักน้องๆ (บอดี้สแลม)เลยนะคะ มารู้ว่าเขาเป็นใครตอนถามเจ้าหน้าที่เพราะเห็นคนมาส่งเขาเยอะ น่าจะเป็นคนดัง เจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่าน้องๆ เขาเป็นนักร้อง ดังมากเลยนะ เราถึงรู้ตอนนั้น คือ หลายชายเป็นเด็กที่ไม่โตเมืองไทยด้วย เขาเขียนภาษาไทยไม่ได้เลยด้วยซ้ำ คือ พูดตรงๆ ว่าเรากับหลานไม่รู้จักว่าเขาเป็นนักร้องดัง แล้วก็คิดว่าเพราะน้องๆ เขาเป็นคนดังเรื่องก็เลยมีคนสนใจ เพราะลูกสาวเองเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าโพสต์แล้วมันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แต่น้องตูนน่ารักมากค่ะอันนี้ขอย้ำอีกทีว่าน้องตูนไม่เกี่ยวนะคะ”

“เราแค่เสียความรู้สึกที่เขาเป็นคนของประชาชนไม่น่าทำแบบนี้ เรายืนยันว่า เราไม่ได้ใส่ความเราเล่าความจริง คนพูดถึงในอินเทอร์เน็ตเยอะจนเราเองก็ไม่สบายใจ แล้วเห็นในอินเทอร์เน็ตคนชื่อ ยอด (ธนชัน ตันตระกูล มือกีตาร์บอดี้สแลม) ก็มาโพสต์ในอินสตาแกรม ว่า คราวนี้แค่กระชากคอเสื้อ แต่ถ้าเป็นคราวหน้า.... เขาก็ยอมรับแล้วนี่คะ (ข้อความนี้ยืนยันว่ายอดบอดี้สแลมเป็นคนโพสต์?) ก็ดูจากชื่อระบุว่าชื่อยอด เราก็ดูจากที่เขาโพสต์ ก็ไม่รู้ว่าเขายังไง”

พร้อมยันไม่ได้ต้องการมีเรื่องและไม่ได้ต้องการคำขอโทษ แต่วอนทางต้นสังกัดแกรมมี่อบรมศิลปินให้ดีกว่านี้หน่อย

“แล้าเราก็อยากจะบอกว่าเราไม่ใช่ไฮโซนะคะ เป็นคนชั้นกลางธรรมดาคนนึงเหมือนคนอื่นๆ เป็นคนทำงานทั่วไป ไม่ได้มีอะไรใหญ่โตนะคะ (ไม่แจ้งความแต่อยากให้เขาขอโทษมั้ย?) จะขอโทษหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ทางต้นสังกัดเขา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใครควรดูแลและอบรมศิลปินให้ดีกว่านี้ ให้เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชน ให้คุมอารมณ์หน่อย ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ได้ เป็นอภิสิทธิ์ชน การกระชากคอเสื้อเรารู้สึกว่าอภิสิทธิ์ชนไปหรือเปล่า”

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ทางด้านของ “บอดี้สแลม” ยังคงปิดปากเงียบ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา กลุ่มนักร้องดังมีคิวขึ้นคอนเสิร์ต “ยามาฮ่า พรีเซนต์ คอนเสิร์ต เทพ” ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ปรากฎว่า เจ้าตัวได้แจ้งผ่านประชาสัมพันธ์ว่าไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ จึงทำให้นักข่าวที่ไปดักรอสัมภาษณ์รอเก้อไปตามๆ กัน ขณะที่วงในเผยเจ้าตัวจะไม่มีการชี้แจงอะไรใดๆ ทั้งสิ้น โดยให้เหตุผลว่าอยากให้เรื่องดังกล่าวเงียบไปเอง

หึ่ง “บอดี้สแลม” ใหญ่คับสนามบิน แซงคิวเช็กอิน-กระชากคอเสื้อชาวบ้าน!

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

MV เพลง ได้รักเธอก็พอแล้ว – แพรว AF8

MV เพลง : ได้รักเธอก็พอแล้ว

ศิลปิน : แพรว AF8

ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ล่าสุด เพลงฮิต มิวสิควีดีโอ ที่นี่มีเผียบ.. สามารถฟังเพลง ดูมิวสิควีดีโอได้ทันที  พร้อมโค้ดเพลงลง hi5 และแซร์ให้เพื่อนๆทางเฟรชบุ๊คได้ก่อนใคร 
สามารถเลือกดูได้ทั้ง เพลงไทย เพลงเอเซีย และ เพลงสากล ใหม่ๆ 
ร่วมแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก เหงา เศร้า ซึ้ง ไพเราะ ตามความรู้สึกได้ ในกล่องแสดงความคิดเห็น

MV เพลง ความพยายามกลายเป็นศูนย์ – Lemonsoup

MV เพลง : ความพยายามกลายเป็นศูนย์

ศิลปิน : Lemonsoup

ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ล่าสุด เพลงฮิต มิวสิควีดีโอ ที่นี่มีเผียบ.. สามารถฟังเพลง ดูมิวสิควีดีโอได้ทันที  พร้อมโค้ดเพลงลง hi5 และแซร์ให้เพื่อนๆทางเฟรชบุ๊คได้ก่อนใคร 
สามารถเลือกดูได้ทั้ง เพลงไทย เพลงเอเซีย และ เพลงสากล ใหม่ๆ 
ร่วมแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก เหงา เศร้า ซึ้ง ไพเราะ ตามความรู้สึกได้ ในกล่องแสดงความคิดเห็น