แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจมส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจมส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“เจมส์” ขอโทษแฟนคลับ ยันไม่ได้บังคับขายตรง แค่เป็น NETWORK MARKETING

“เจมส์” ขอโทษแฟนคลับ รับคิดน้อยไปที่ไม่แยกกิจกรรมงานมีทติ้งให้ชัดเจนจนทำให้หลายคนเสียความรู้สึกคิดว่าโดนหลอก อ้างคิดว่าเป็นคนกันเองจึงไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ยันไม่ได้บังคับขายตรง แค่เป็น NETWORK MARKETING อีกทั้งเห็นว่าทำแล้วดีก็เลยอยากบอกต่อ ลั่นไม่มีใครรู้เห็นด้วยตนขอรับผิดเต็มๆ 


       
       เป็นเรื่องทีเดียว กับกรณีที่นักร้องหนุ่ม “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” โดนแฟนคลับโพสต์ตัดพ้อต่อว่า หลังตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม “Follower ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับเจมส์-เรืองศักดิ์” ของนักร้องหนุ่ม เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าในงานดังกล่าวนั้น มีการแอบแฝงชักชวนให้เหล่าแฟนคลับได้สมัครเป็นสมาชิกขายตรงของบริษัทหนึ่ง ทำให้หนุ่มเจมส์ถูกมองว่าจัดงานมีทติ้งบังหน้า จนกลายเป็นเรื่องช็อกความรู้สึกของแฟนคลับ กระทั่งกลายเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้
       
       ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย ล่าสุดวันนี้(8 ต.ค.) หนุ่มเจมส์ได้ออกมาแถลงข่าวเคลียร์ประเด็นดังกล่าว ที่ โรงเรียนภาษาอังกฤษ BSC baptist student center ย่านพญาไท พร้อมออกตัวว่า วันนี้ตั้งใจอยากจะขอบคุณและขอโทษแฟนคลับสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยันไม่ได้บังคับขายตรง แค่เป็น NETWORK MARKETING
       
       “ที่นัดทุกคนมาวันนี้เพราะมีประเด็นจะชี้แจงอยู่ 2 เรื่องสั้นๆ ไม่มีอะไรมาก ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการขอบคุณแฟนๆ ฉลองฟอลโลว์เวอร์ครบ 1 แสน ก็มากินข้าวด้วยกัน แล้ววันนี้ก็เป็นการขออภัยกับความรู้สึกไม่สบายใจของแฟนคลับบางส่วน ซึ่งวันนี้ผมก็มีขอเท็จจริงจะมาเล่ามาบอกถึงแฟนคลับทุกคน”
       
       “หลังจากที่ผมมีคอนเสิร์ตแล้วปรากฏว่าทวิตเตอร์ผมมียอดคนติดตามเกิน 1 แสนคน ผมก็เลยจัดกิจกรรมขึ้น เราก็เลยคิดว่าเอ๊ะจะมีกิจกรรมอะไรที่จะให้แฟนๆ มารวมตัวกัน เพื่อเหมือนเป็นการฉลองใน 1 แสนแรก เราก็จัดกิจกรรมเป็นกินข้าวกับ เจมส์ เรืองศักดิ์ ก็สนุกสนานกันมาก บรรยากาศในงานก็จบลงด้วยดี ประเด็นที่สองเรื่องของความไม่สบายใจของแฟนคลับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างแคร์มาก”
       
       “เรื่องมันมีอยู่ว่าในวันที่ผมจัดกิจกรรม เราก็มีการร้องเพลง เล่นตลก เล่นมุขกัน ทุกคนก็ใกล้ชิดกันหมด เอาของรักที่เก็บสะสมมาโชว์ว่าเก็บอะไรบ้าง กิจกรรมก็ดำเนินกันไปจนจบ กินข้าว ร้องเพลง 2-3 เพลง แล้วก็ร่วมพูดคุยกัน เราก็พูดคุยกันถึงอัพเดทชีวิตก้าวต่อไปของผม ซึ่งในทุกๆ ปีผมก็จะมีการจัดกิจกรรมอย่างนี้กับแฟนคลับของผมอยู่แล้ว”
       
       “ก็เล่าว่าพี่เจมส์กำลังทำอะไรอยู่ แล้วชีวิตก้าวต่อไปของพี่เจมส์จะเป็นยังไง ขณะที่เล่าผมก็เล่าถึงเรื่องธุรกิจที่ผมทำอยู่ ก็มีความรู้สึกว่าเราทำธุรกิจนี้แล้วมันดีต่อชีวิตเรา คนแรกที่เรานึกถึง ก็นึกถึงแฟนคลับ ผมก็เลยมีการตั้งคำถามกับแฟนคลับต่อเลยว่า พี่เจมส์กำลังทำธุรกิจซึ่งเป็นธุรกิจเน็ตเวิร์คมาเก็ตติ้ง ไม่ใช่ขายตรงนะครับ” 
       
       “เรามีสิ่งดีๆ แล้วถ้ามันให้อย่างนี้กับน้องๆ ได้จริงๆ ถ้าใครสนใจที่จะฟัง ผมพูดช้าๆ ชัดๆ เลยว่าน้องๆ คนไหนสนใจที่จะฟังเราก็อยู่กันต่อ แล้วพี่เจมส์จะให้ข้อมูลว่า ธุรกิจนี้มันเป็นยังไง แต่ถ้ามีใครคนใดคนนึงไม่สนใจ หรือคิดว่าตัวเองยังไม่สะดวก ก็ไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น สามารถกลับได้ และทุกคนที่เดินออกไปจากที่นี่เวลานี้” 
       
       “บอกได้เลยถ้ามีการจัดมีทติ้งครั้งต่อไป เราก็มาร่วมสนุกสนานเฮฮากันอีก เรายังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ไม่มีข้อแม้ ไม่มีการบีบบังคับ ไม่มีการสร้างเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนั้นผมเองก็มีความคาดคะเนในใจ ว่าน้องๆ คงจะเดินออกไปสักครึ่งนึง สัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เหลือคนที่สนใจจริงๆ ผมก็จะให้ข้อมูลธุรกิจตัวที่ผมว่าเป็นยังไง มันให้อะไรได้บ้าง”
       
       “ปรากฏว่าเราคาดคะเนผิด พอผมพูดจบ บอกเลยว่าคำที่ผมพูด ผมพูดไป 3 รอบช้าๆ ชัดๆ และใช้เวลา แล้วก็หยุดกิจกรรมทั้งหมดของน้องๆ ประตูก็ไม่ได้มีการล็อคใดๆ ทั้งสิ้น ก็บอกว่าน้องๆ ว่านี่มันเป็นกิจกรรมคนละส่วนนะ กิจกรรมแฟนคลับก็กิจกรรมนึง กิจกรรมนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึง น้องๆ คนไหนสนใจที่อยากฟังก็อยู่ ปรากฏว่าน้องๆ ก็นั่งอยู่กันเกือบครบ มีคนลุกออกไป 1-2 คนเท่านั้นเอง” 
       
       “ซึ่งผมเองก็คาดเดาว่า ทุกคนคงจะอยากฟังจริงๆ ทุกคนคงอยากรู้ว่าทันคืออะไร ผมก็เล่าถึงโปรเจ็กต์ที่ผมกำลังทำอยู่ ว่ามันเป็นยังไง แล้วมันให้อะไรกับน้องๆ บ้าง การเล่ามันมีอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกเล่าถึงการทำธุรกิจ มันให้อะไรได้บ้าง ใช้เวลา 5-10 นาที ผมก็พูดประโยคเดิมอีกครั้งนึง ถ้าน้องๆ ครับ ถ้าใครไม่สนใจไม่ต้องอึดอัดใจนะครับ ใครรู้สึกอึดอัดใจที่จะฟังสามารถกลับได้ตอนนี้เลย ไม่ต้องกลัวพี่เจมส์โกรธ อย่าอยู่ด้วยความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้นเพราะยังไงพี่ก็ยังเป็นพี่ของน้องๆ เหมือนเดิม”
       
       “ผมก็บอกว่าอันนี้เป็นอาชีพที่พี่เจมส์ได้ลงมือทำ เป็นอาชีพที่พี่เจมส์คัดเลือกคัดสรรค์แล้ว และวันนี้ที่กล้าเชิญชวนน้องๆ เพราะรู้แล้วว่าทำแล้วมันดียังไง ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีก็คงไม่กล้าเอามาพูดตรงนี้ ผมจะพูดชัดเจนมาก ปรากฏว่า พอพูดครั้งที่2 ก็ยังไม่มีใครลุกออกไปมากสักเท่าไหร่ จะมีฟังแล้วลุกไปบ้าง 1-2 คน จนจบ ผมเล่าจนจบทั้งหมดของโปรเจกต์ โดยที่ไม่มีการบีบบังคับใดๆ” 
       
       “ไม่มีว่าฟังจนจบแล้วเรียกเก็บเงิน บังคับให้เขียนใบสมัครใดๆ ไม่มีตรงจุดนี้แม้แต่นิดเดียว ไม่มีการสร้างเงื่อนไขใดๆ แก่น้องๆ แฟนคลับ เพียงแต่ผมบอกว่าใครอยากรู้เพิ่มเติมเดี๋ยวเราไปกันต่อ ผมจะให้ข้อมูลที่มากกว่านี้ เวลาช่วงนั้น 3 ทุ่มกว่าแล้ว ก็มองว่ามันดึกจนเกินไปแล้ว ฟังครั้งแรกก็คงจะไม่ได้ข้อมูลทั้งหมด ก็บอกน้องๆ ว่าถ้าอยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม เดี๋ยวพี่เจมส์จะนัดน้องๆ มาคุยกันต่อว่าลึกๆ แล้วมันเป็นยังไง จบก็มีการถ่ายรูปกัน ทุกคนเฮฮาปาร์ตี้สนุกสนาน มีกอดกัน ทุกคนก็มากอดพี่เจมส์กันคนละที”
       
       “เวลาผ่านไป 2 วันผมก็ได้รับฟีดแบ็คดีมากเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงแรก มีความรู้สึกปลื้มใจประทับใจ ผมได้เห็นหน้าแฟนคลับที่ไม่ได้เจอกันเลยครั้งแรกก็มี ผมรู้สึกประทับใจที่ได้เจอ ก็เป็นอะไรที่เซอร์ไพร์สมากสำหรับผม สุดท้ายแล้วพอผ่านไป 3 วัน เกิดความรู้สึกไม่สบายใจของน้องบางกลุ่มเกิดขึ้น”
       
       “ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณก่อน จริงๆ แล้วก็มีน้องๆ กลุ่มใหญ่ที่เขามีความเข้าใจแต่น้องๆ กลุ่มที่ไม่สบายใจ ผมรู้สึกแคร์ทุกคน ผมประกาศตรงนี้เลยว่าผมแคร์ความรู้สึกทุกคน ก็เห็นมีความระบายความในใจผ่านกระทู้ในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งวันนี้ที่ผมออกมาพูด ก็อยากจะขออภัยความรู้สึกของน้องๆ หรือแฟนคลับที่ไม่สบายใจทุกคน”
       
       “ผมขออภัยจากหัวใจของผมจริงๆ ว่าผมคิดไปเอง ว่ากิจกรรม 2 กิจกรรมนี้ ผมมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนแล้ว ผมคิดไปเองว่ามันชัดเจนแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันอาจจะชัดเจนไม่เพียงพอ ก็เลยทำให้เกิดความไม่สบายใจของน้องๆ หลายฝ่ายจากเหตุการณ์นี้ ผมขออภัยจริงๆ กับน้องๆ ที่มาโพสต์ ซึ่งอาจจะนั่งฟังด้วยความรู้สึกที่เกรงใจผม ไม่กล้าลุกออกไปอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเหตุผลของแต่ละคน”
       
       “บางคนที่อาจจะไม่คาดคิดว่าจะมาได้ยินข้อมูลของธุรกิจ ซึ่งผมต้องขออภัยในความรอบคอบของผมที่น้อยเกินไปหน่อย ก็เป็นประสบการณ์กับผมว่า ถ้าผมจะเล่าเรื่องธุรกิจครั้งต่อไป ผมจะมีความชัดเจนยิ่งกว่านี้ อาจจะแยกออกเป็นคนละวัน หรืออะไรก็ตามที ก็กราบขออภัยทุกคนก็อยากจะบอกว่าผมแคร์ความรู้สึกของทุกคนนะครับ”
       
       “ส่วนในกระทู้เขียนว่าผมมาร้องแค่ 2-3 เพลง อย่างที่บอกว่าเราจัดเป็นการเลี้ยงพูดคุยสังสรรค์ น้องๆ จะรู้เลยว่ากิจกรรมที่ผ่านๆ มาไม่ได้ใกล้ชิดผมได้มากขนาดนี้ก็จะเน้นทอล์คโชว์เล่นมุขไปตามโต๊ะต่างๆ คุยกันเป็นชั่วโมงครับ เล่นเกมบนเวที มีการร้องเพลงแค่ไม่กี่เพลงเพราะเราไม่ได้จัดงานคอนเสิร์ต เราไม่ได้เตรียมทุกๆ อย่างมาเพื่อจัดคอนเสิร์ต”
       
       “อีกอย่างเราไม่อยากให้มองว่ากิจกรรมนี้เป็นเรื่องของการร้องเพลง เราอยากให้มองว่าเป็นเรื่องของกิจกรรมเอ็กคูลซีฟ ที่ทุกคนสามารถใกล้ชิดผมได้มากกว่าเห็นผมบนเวที ก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนธุรกิจใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดียว ถ้าจะเทียบอัตราส่วนก็จะใช้เวลาในช่วงแรกมากกว่า ผมไม่อยากให้มันยาวมาก เราเคยมีประสบการณ์ว่าจัดนานเกินแล้วมันดึกมาก น้องๆ กลับบ้านลำบาก”
       
       ยอมรับว่าไม่ได้แจ้งแฟนคลับก่อนว่าจะจัดกิจกรรมเป็น 2 ช่วง ช่วงสุดท้ายเป็นเรื่องของธุรกิจ ทำให้บางคนเข้าใจว่าตัวเองโดนหลอกไป
       
       “อันนี้เป็นสิ่งที่ผมจะขออภัยว่าผมคิดไปเอง ว่าน้องๆ คือคนกันเอง พอเรามองอย่างนั้น เราก็จะสร้างเส้นแบ่งขึ้น เราก็จะบอกน้องๆ ในงาน ใครไม่อยู่ก็คือไม่อยู่ ใครอยู่ก็อยู่ต่อ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะขออภัย ผมรอบคอบน้อยไปนิดนึง เรารู้สึกว่าคนกันเอง ทำอะไรก็บอกกันเดี๋ยวนั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ”
       
       “ทำให้บางคนคิดว่าโดนหลอกไป ก็นี่แหละเป็นสิ่งที่เป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์ มันยังมีความรู้สึก มันยังมีอะไรที่มากกว่าคำว่าเป็นกันเอง คนกันเอง ซึ่งมันละเอียดอ่อนมากกว่านั้น ก็ดีครับ มันทำให้ผมได้มีสติ เวลาที่มีอะไรแบบนี้ครั้งต่อไปผมจะได้รอบคอบมากกว่านี้”
       
       ส่วนที่มีแฟนคลับรายหนึ่งโพสต์ข้อความเชิงเสียความรู้สึก “เจมส์” อธิบายว่า…
       
       “ผมต้องบอกก่อนว่า วันนี้จากข้อความที่ไม่สบายใจของน้องท่านนึง ผมต้องขอบคุณน้องคนนี้มาก ที่ทำให้ผมได้สติอะไรหลายๆ อย่าง พอจบงานนั้นไป ผมจะให้น้องที่ทำงานกับผมอยู่โทร.ไปหาคนที่มาในวันนั้น แล้วสอบถามอย่างชัดเจนว่า วันนั้นอยู่ฟังจนจบไหม ถ้าอยู่ฟังจนจบกิจกรรมสุดท้าย อยากได้เพิ่มเติมไหม ผมก็ถามกันอย่างชัดเจนว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถมาบอกพี่เจมส์ได้ จะทำหรือไม่ทำ ชอบหรือไม่ชอบ เราก็ยังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม”
       
       บอกว่าถ้าไม่มาก็จะได้รับความเพิกเฉยจาก “เจมส์” แล้วเจมส์ก็ทำไม่สนใจสักเท่าไหร่?
       
       “ก็เป็นน้องคนเดิมนั่นแหละครับ ที่ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปรากฏว่าก็สนใจจะมา แล้วนัดกับผมไว้ตอน 1 ทุ่ม ปรากฏว่าน้องมาเลท และด้วยผมเองมีภารกิจค่อนข้างเยอะ ระหว่างที่น้องมาเลท ผมก็คุยกับคนอื่นอยู่ น้องเขาก็นั่งรอ น้องก็สั่งน้ำสั่งอาหารอะไรที่ผมไม่ได้สังเกต ผมก็นั่งคุยกับน้อง แล้วอธิบายเพิ่มเติมเรื่องราวว่าเป็นยังไง ใช้เวลานั่งคุยกันประมาณ 1-2 ชั่วโมงกว่า”
       
       “ระหว่างที่ผมคุยก็ยังมีอีกทีมที่รอผมอยู่ แล้วเป็นทีมที่รอผมมานานมากแล้ว พอผมคุยจบ ผมทิ้งประโยคสุดท้ายกับน้องว่า น้องครับวันนี้ฟังข้อมูลพี่เจมส์แล้วสนใจไหม น้องก็เหมือนก็บอกว่าไม่สนใจ เราก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ เราก็ยังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม เดี๋ยวนัดครั้งหน้าเดี๋ยวพี่จะนัดน้องมาทานข้าวอีก เดี๋ยวพี่เจมส์ต้องไปแล้ว เพราะต้องไปสอนอีกทีมนึง”
       
       “ในระหว่างที่น้องเขานั่งอยู่ ก็มีน้องทีมงานของผมดูแลเขามาตั้งแต่ต้น ทีมผมเองใหญ่มาก เวลาที่เราไปทานอาหารร่วมกัน เราจะไม่มีใครคนใดคนนึงเลี้ยง ใครสั่งอะไรก็จะจ่ายกันเอง วันนั้นน้องเขาก็นั่งอยู่ด้วย เขาก็นั่งโต๊ะเขา ผมก็สั่งน้ำแดง 1 แก้วราคา 39 บาท แล้วผมก็ฝากไปบอกน้องทีมงานผมว่า ฝากจ่ายน้ำให้พี่เจมส์ด้วยนะ อันนี้ผมอาจจะมองข้ามไปว่า มันเป็นความรู้สึกของน้องเขา ว่าทำไมไม่ดูแลคนทั้งโต๊ะ ผมไม่รู้ว่าจะมันจะเป็นความผิดพลาดอะไร มันก็เป็นธรรมเนียมการปฎิบัติของเราอยู่แล้ว ผมก็วางเงินไว้ 100 บาท แล้วบอกว่างั้นบ๊ายบาย พี่เจมส์ไปก่อนนะ แล้วผมก็ไปด้วยความเร่งรีบ”
       
       ตั้งใจหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจะโทร.ไปปรับความเข้าใจกับแฟนคลับคนดังกล่าว
       
       “กะว่าหลังเหตุการณ์นี้ผมจะโทร.ไปหาน้อง อันไหนที่น้องไม่สบายใจกับผม ผมก็จะอธิบายว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ผมทราบมาว่าน้องเขาก็คงจะรู้สึกนิดนึง เพราะน้องได้เตรียมเรื่องของแผ่นซีดี หนังสือมาให้พี่เจมส์เซ็น ผมก็โอ้…เสียดายจัง เพราะไม่อย่างนั้นถ้าน้องหยิบขึ้นมาสักนิดนึง ผมก็จะได้เซ็นให้น้องเขาอย่างดีเลย”
       
       “อย่างที่บอกว่าเราแยกกิจกรรมออกอย่างชัดเจน ก็เข้าใจว่าวันนี้เรามาคุยเรื่องธุรกิจโดยเฉพาะกันแล้ว เราก็มีความเข้าใจไปเอง ว่าที่น้องมาเพราะน้องมีความสนใจธุรกิจร่วมกับผม เราเลยไม่ได้ไปถามเรื่องราวอะไรอย่างนี้มาก ต้องขออภัยน้องจริงๆ อย่าโทษหัวใจพี่เลยดีกว่า ให้โทษสมองพี่ดีกว่า วันนั้นมันอาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างเยอะ ทำให้มองข้ามบางจุดไป”
       
       รู้สึกยังไงกับคำว่าลวงแฟนคลับมาทำธุรกิจ?
       “ถ้าคำว่าลวงหมายถึงว่า ผมพยายามไปสอดแทรกอะไร มีหลายๆ อย่างเกี่ยวกับธุรกิจในกิจกรรม อยู่ในงานเลี้ยงฉลองปาร์ตี้แฟนคลับอันนี้คงไม่ดี แต่นี่ผมบอกเลยว่า ผมแบ่งแยก 2 กิจกรรมนี้อย่างชัดเจนมากครับ ผมมีคำถามคั่นกลางอย่างชัดเจน” 
       
       “ซึ่งสิ่งที่ผมจะขออภัยมากที่สุดเลยก็คือ เป็นเพราะว่าผมคิดไปเอง คาดเดาสถานการณ์ไปเอง ว่าคนที่มาคือคนกันเอง เป็นแฟนๆ เป็นคนกันเอง ก็คงจะไม่มีอะไรมาก เหมือนเราชวนเพื่อนไปบ้านแหละครับ เปิดตู้เย็นกินอะไรได้เลย ผมเข้าใจว่าน้องๆ เราก็คนกันเองทั้งนั้น เพราะเหนือสิ่งอื่นใด ผมแคร์แฟนคลับทุกคน วันนี้ใครที่ต่อว่าต่อต้าน ผมก็ยังรู้สึกแคร์ทุกคนครับ ถ้าเป็นไปได้ผมก็จะขออภัยกับแฟนคลับคนนั้นๆ”
       
       เมื่อถามว่าเรื่องนี้กระทบภาพลักษณ์หรือไม่? เจ้าตัวก็บอกว่า ถ้าให้เลือกระหว่างความสัมพันธ์กับแฟนคลับ กับเรื่องที่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อรักษาแฟนคลับมากกว่า
       
       “วันนี้ถ้าให้ผมเลือกระหว่างความสัมพันธ์กับแฟนคลับกับเรื่องที่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง วันนี้ผมไม่เลือกเสื่อมเสียชื่อเสียงมากกว่า ผมขอรักษาความสัมพันธ์กับแฟนคลับที่ผมมี ถามว่าวันนี้กลัวไหม ผมไม่ได้กังวลเรื่องชื่อเสียงครับ วันนี้สิ่งที่ผมแคร์ที่สุดคือผมแคร์เรื่องของความรู้สึกแฟนคลับมากกว่า บอกเลยว่าผมเหมือนเดิม ผมยังเป็นเหมือนเดิม”
       
       “ผมต้องมีอาชีพผมเป็นนักร้อง แล้วผมก็ทำอาชีพอื่น อาชีพผมเป็นอาชีพไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดกฎหมาย เป็นอาชีพที่ผมเลือกแล้วว่าดี น้องๆ กลุ่มใหญ่ที่ชื่นชมที่ผมเป็นนักร้องทุกคนก็ยังเหมือนเดิม หรือว่าน้องๆ ในกลุ่มใหญ่ที่อยากจะร่วมอาชีพกับผม ชื่นชอบผม อยากประสบความสำเร็จไปกับผม ผมก็ยินดีจะดูแลน้องๆ ไปทุกแบบ”
       
       “ในผลกระทบระยะสั้นมันก็คงจะมีอย่างที่เห็น แต่ผมก็ชัดเจนครับ ผมไม่เลือกนิ่งเงียบให้กระแสมันจางๆ ไปเอง ผมไม่เลือกอย่างนั้น ผมเลือกที่จะมาให้ข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง มันเกิดจากความผิดพลาดของผมคนเดียว ผมยอมรับผิดคนเดียวครับ วันนี้ต่อให้ไม่ไปพูดกับน้องแฟนคลับในวันนั้น ผมก็ทำธุรกิจนี้ได้ มันก็สำเร็จไปในแนวทางของมัน”
       
       “จากเหตุการณ์นี้มันทำให้ผมได้เห็นหัวใจของหลายๆ คน มันซาบซึ้งมากกับทุกคนที่เขารู้จักตัวเรา ผมอยู่วงการนี้มา 18 ปีเต็มหลายๆ คนเห็นผม ผมก็คงจะมีอะไรดีๆ อยู่บ้าง ฉะนั้นคนที่เขาเข้าใจ และรู้จักเราจริงๆ ก็รู้ว่าเราเป็นยังไง ก็ไม่เป็นไร มันเป็นความคิดเห็นความรู้สึกของน้องๆ เราก็มีความตั้งใจจริงมาให้น้องๆ”
       
       กับคำถามที่ว่าจะมุ่งตรงไปในธุรกิจนี้เลยรึเปล่า? เจ้าตัวก็ออกตัวว่า…
       “ผมไม่อยากให้เวทีนี้เป็นการพูดถึงธุรกิจมาก เดี๋ยวจะมีคนไปตีความ ว่าที่ผมจัดแถลงข่าวเป็นเรื่องของธุรกิจอีกเอาเป็นว่าถ้าหากว่า มองว่ามันไม่ดีพอที่จะตัดสินใจมาทำ ผมคงไมกล้าพูดถึงขนาดนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรผมเป็นคนที่ตั้งใจ และทำจริง ถ้าใครสนใจถามตามมาอีกรอบ เอาธุรกิจเพียวๆ ได้เลย ผมศึกษามาอย่างถ่องแท้ และเข้าใจจริงๆ กับมัน”
       
       ลั่นยังไงก็จะโทร.ไปหาแฟนคลับ 200 คนที่มาร่วมงานในวันนั้น…“ผมคิดว่าผมจะโทร.นะครับ ผมจะอัพเดทและถามเขาด้วยความสมัครใจว่า วันนั้นน้องได้อยู่ฟังจนครบรึเปล่า ผมไม่อยากให้ใครคนใดคนนึงที่สนใจแล้วพลาดโอกาส”
       
       “และผมยังร้องเพลงอยู่แน่นอน ปีหน้าก็คงจะมีอะไรดีๆ ที่มาเซอร์ไพร์สแฟนๆ กันอีกเหมือนที่ปีนี้ มีคอนเสิร์ต ผมจะบอกให้ว่าการร้องเพลงหลังจากที่ผ่านอะไรแบบนี้แล้ว ผมคิดว่ามันจะมีอะไรซาบซึ้งมีอะไรตื่นเต้นมากกว่านี้อีก ผมเป็นศิลปินอิสระ ทางค่ายต่างๆ เองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใดๆ ที่ผมจัด มีแค่ยืมเพลงของบางค่ายมาร้องก็มีเท่านั้น เป็นกิจกรรมส่วนตัว ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครมามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ เจมส์ เรืองศักดิ์ รับเต็มๆ”
       
       สุดท้ายเจ้าตัวได้เคลียร์ กรณีถูกมองว่าใช้ชื่อเสียงมาหาผลประโยชน์จากแฟนคลับ ว่า…
       “มันมองได้หลายมุม ผมมองว่าวันนี้ผมเพียงแค่อยากจะนำเสนอสิ่งนี้ ก็เล่าประสบการณ์ เล่าเรื่องราวในชีวิตให้คนที่ผมรักฟัง แล้วก็ถามว่าสนใจจะฟังไหม ไม่สนใจก็ไม่ต้องฟัง ผมมีคนที่รักอยู่ตรงหน้าแล้ว ถ้าผมเจอสิ่งดีผมควรจะบอกใครก่อนล่ะครับ ผมก็คงบอกคนที่รักผมให้เขาฟังก่อน”



ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

จวก! “เจมส์” จัดมีทติ้งบังหน้ากล่อมแฟนคลับขายตรง

แฟนคลับ “เจมส์ เรืองศักดิ์” โพสต์ข้อความผิดหวังนักร้องหนุ่มจัดกิจกรรม “Follower ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับเจมส์-เรืองศักดิ์” แต่กลับพ่วงกล่อมชักชวนร่วมเป็นสมาชิกขายตรง ด้านชาวเน็ตทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ส่วน อาร์เอสฯ ขอตรวจสอบหลังแฟนเพจ “RS Promotion Forever” ขึ้นโปรโมตกิจกรรมให้
       
        กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกไซเบอร์ขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับกระทู้เรื่องคุณ เจมส์-เรืองศักดิ์ คุณได้ทำลายความรักของแฟนคลับคนหนึ่งที่มีต่อตัวคุณ จนหมดสิ้นแล้ว ในเว็บไซต์พันทิป ซึ่งเป็นการต่อเนื่องมาจากกระทู้ 18 ปีแห่งความสุข ความทรงจำอันแสนอบอุ่น ในงาน Follow ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับ เจมส์ เรืองศักดิ์ ในเว็บไซต์เดียวกัน
       
        โดยในเนื้อหาดังกล่าวผู้เขียน ซึ่งใช้ชื่อว่า “ข้าวไก่ย่าง” ได้โพสต์ข้อความถึงความเสียใจต่อการกระทำของนักร้องดัง หลังเจ้าตัวได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม “Follower ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับเจมส์-เรืองศักดิ์” ของ หนุ่มเจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ เมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าในงานดังกล่าวนั้น กลับมีการแอบแฝงชักชวนให้เหล่าแฟนคลับได้สมัครเป็นสมาชิกขายตรงของบริษัทหนึ่งด้วย
       
        ซึ่งส่วนหนึ่งของข้อความที่มีการโพสต์นั้น ระบุว่า...“2 วันต่อมา หลังจากวันงาน ช่วงเย็นมีโทรศัพท์โทร.หาดิฉันเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้น เป็นผู้หญิงแนะนำตัว และบอกว่ามาจาก คุณเจมส์ เรืองศักดิ์ แว๊บบบบบบบบบบบบบบแรกที่คิด...เฮ้ยทีมงานเจมส์โทร.มาหรือว่าเราได้รางวัลอะไรนะ (กรี๊ด)
      
        เธอได้เกริ่นถามถึงงานครั้งนั้น ก็ถามประมาณว่า เออ วันนั้นดิฉันอยู่จบงานมั้ย
       ดิฉันก็ตอบไปว่า เกือบๆ จะจบ แล้วคิดว่าสนใจมั้ย ดิฉันก็บอกว่า ไม่แน่ใจอ่ะคะ เพราะว่ากินอิ่ม แล้วก็ง่วงๆ ด้วย
       เค้าก็เลยเริ่มกลยุทธ์เชิญชวน (ต้อนหมู) เต็มที่ จนสุดท้าย ดิฉันพยายามจะเลี่ยงโดยการบอกว่า ขอคิดดูก่อน เดี๋ยวโทร.กลับได้มั้ย เค้าก็บอกว่า นี่เบอร์ส่วนตัวพี่นะ พี่ไม่เคยให้ใครเลย จะแจ้งตำรวจจับที่เบอร์นี้ก็ได้นะ
       น้องก็ทำงานอยู่แค่นี้เอง ทำไมจะไม่มาล่ะ บลาๆๆๆๆ
      
        สรุปว่า เป็นเบอร์ตรงจากพิธีกรคู่ของคุณเจมส์ในงาน เพราะเธอมีการอ้างว่า เล่นละครกับคุณเจมส์ และเธอก็เอ่ยชื่อขึ้นมา ดิฉันยังงงอยู่ว่ารู้เบอร์ของดิฉันได้ไง จนนึกย้อนไปตอนให้ลงชื่อ ร่วมงาน ที่บอกว่า ต้องมีการคัดเลือกโดยให้ระบุ ชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน อายุ เบอร์โทร.จำนวนผู้ร่วมงาน ส่งไปทางข้อความของ Facebook คุณเจมส์ ความอยากไปร่วมงานก็ไม่ได้ติดใจอะไร คงเป็นกติกาปกติทั่วไป ตอนนี้ถึงบางอ้อแล้ว!!..."

       
        ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังกิจกรรมที่ชื่อ “Follower ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับเจมส์-เรืองศักดิ์” นั้น พบว่า ถูกโพสต์ขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ใน www.facebook.com/Jamesfanpage ซึ่งระบุว่า “นักให้ความบันเทิง The Official Fan Page of James Ruangsak Loychusak.......ติดต่องานแสดง - Twitter: @Joyjoyloy /Facebook: joyjoy.loy E-mail: Clickme1@hotmail.com โทร: 085-9077334 (จอย)” โดยมีรายละเอียดของกิจกรรมที่ว่านี้ว่า...
       
        แฟนคลับ “เจมส์-เรืองศักดิ์” ครบแสนคนทั้งที...อย่างนี้ต้องฉลอง...!!!
        ในงาน “Follower ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับเจมส์-เรืองศักดิ์”
        ร่วมพบปะสังสรรค์กินข้าวฉลองด้วยกันอย่างใกล้ชิดกับ “เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์”
        ที่งานนี้เจ้าตัวจัดเต็มเพื่อฉลองแฟนคลับในทวิตเตอร์ครบ 100,000 คนโดยเฉพาะ!!
        ในวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2555ณ ห้อง Platinum โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ฟอร์จูน (MRT สถานีพระราม 9) ลงทะเบียน 17.00 น.งานเริ่ม 18.00 น.
        กติกาการลงชื่อร่วมงาน
        1.ลงทะเบียนผ่านทาง facebook.com/JamesFanPage เท่านั้น (ลงชื่อได้เรื่อยๆ ทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะบอกว่าหมดเขตแล้ว)
        2. 1 Facebook User ต่อการลงชื่อร่วมงานได้ไม่เกิน 2 คน
        3. แจ้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ปัจจุบัน อายุ เบอร์โทรศัพท์ พร้อมทั้งจำนวนคนที่จะไป (1 หรือ 2 คน) มาทาง message ของ page หรือ email : jamesfanpage@hotmail.com (แจ้งทางใดทางหนึ่ง ทางเดียวเท่านั้น)
        4. รับจำนวนจำกัด 100-200 คนเท่านั้น กรณีที่มีผู้ลงทะเบียนเกินจำนวนขอทำการตัดสินโดยวิธีที่ไม่เหมือนใคร
        5. ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 27 ก.ย.2555 ทางหน้า fanpage นี้
        เตรียมตัวเตรียมใจพบกับความสนุกที่มาพร้อมกับความสุข
        100% งานนี้แฟนคลับเจมส์ตัวจริงไม่ควรพลาด!!
       
        นอกจากนี้ หน้าเพจดังกล่าวยังถูกแชร์ลิงก์ไปยัง แฟนเพจ RS Promotion Forever อีกด้วย ซึ่งหลังจากที่เกิดประเด็นขึ้นทางผู้สื่อข่าวบันเทิงออนไลน์ก็ได้สอบถามไปยังฝ่ายประชาสัมพันธ์ของอาร์เอสฯ เพื่อขอรับทราบว่า ทางค่ายอาร์เอสฯ เองนั้นมีส่วนในการจัดงานดังกล่าวด้วยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่น่าจะเกี่ยวกัน เนื่องจากแฟนเพจ RS Promotion Forever นั้น ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้แฟนเพลงได้รำลึกและติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินของค่ายในยุด 90 ซึ่งตัวศิลปินหรือว่าตัวแฟนคลับเองสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นอะไรไว้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ หากบริษัทเปิดทำการในวันจันทร์นี้ (8) ก็จะตรวจดูอีกทีว่ารายละเอียดตรงนั้นเป็นอย่างไร
       
        อย่างไรก็ตาม จากการตั้งกระทู้ดังกล่าวของผู้ที่ใช้ชื่อว่า ข้าวไก่ย่าง นั้นเองก็ได้ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย โดยบางความเห็นก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ขณะที่บางความเห็นก็บอกว่าตัวศิลปินหนุ่มเองไม่น่าจะใช้ความรักของแฟนเพลงมาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์เช่นนี้ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าตัวออกมาชี้แจง
       
        เช่นเดียวกับใน http://www.facebook.com/Jamesfanpage ที่มีบางคนเข้ามาให้กำลังใจต่อนักร้องหนุ่ม โดยมีบางส่วนที่เข้ามาแสดงความไม่เห็นด้วย เช่น Ruchira Lertsasipakorn - สู้ๆ ครับจะคอยติดตามผลงานต่อไปมีคอนเสิร์ตก็จะไปดูอีกแน่นอนส่วนเรื่องข่าวใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาครับพี่ไม่ได้ไปบังคับให้ทุกคนที่ไปต้องทำนิครับ
       
        Jarupong Senna - สู้ๆ ครับจะคอยติดตามผลงานต่อไปมีคอนเสิร์ตก็จะไปดูอีกแน่นอนส่วนเรื่องข่าวใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาครับพี่ไม่ได้ไปบังคับให้ทุกคนที่ไปต้องทำนิครับ
       
        Chen Intarachot - สู้อะไร เอาความรักของแฟนคลับ มาหาผลประโยชน์ใส่ตัว
       
        สำหรับ เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ นั้น แจ้งเกิดและโด่งขึ้นมาเกิดจากการเป็นนักร้องในสังกัดค่ายอาร์เอสฯ มีผลงานที่เป็นที่รู้จักหลายต่อหลายเพลง อาทิ ไม่อาจเปลี่ยนใจ, คนแรก, ไซเรนเลิฟ, ข้าวมันไก่ ฯลฯ โดยที่ในปี 2541 เจ้าตัวต้องตกเป็นข่าวดังหลังเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สายการบินไทยเครื่องแอร์บัสตกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นในปี 2550 เขาได้ย้ายมาเป็นศิลปินในสังกัดแกรมมี่ฯ พร้อมรับตำแหน่งผู้บริหารสถาบันดนตรีมีฟ้าก่อนที่จะประกาศลาออกในปี 2553 ท่ามกลางข่าวลือว่าเป็นเพราะทำงานได้ไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง
       
        ทางด้านความรัก นักร้องหนุ่มเคยคบหากับนักแสดงสาว “เอ๊ะ ศศิกานต์ อภิชาติวรศิลป์” เป็นระยะเวลานานเป็นสิบปี ท่ามกางกระแสข่าวถึงงานแต่งงานที่มีอยู่เป็นระยะๆ แต่แล้วในช่วงเดือนกรกฎาคมของปี 2554 ทั้งสองก็ออกมาแถลงข่าวว่าเลิกกัน และเมื่อไม่นานมานี้ทางหนุ่มเจมส์ก็ออกมายอมรับว่ามีแฟนสาวคนใหม่แล้ว ชื่อเล่นว่า “เนย” ซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับค่ายเอ็กแซ็กท์นั่นเอง

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

“เจมส์” เปิดตัวแฟนพีอาร์เอ็กแซกท์ ด้านฝ่ายหญิงเจอนักข่าวถึงกับตัวสั่น

“เจมส์” ควง “เนย” พีอาร์เอ็กแซกท์ เปิดตัวไปงานแต่ง “ป๋อ-เอ๋” แย้มต่างฝ่ายต่างพบครอบครัวกันและกันแล้ว ด้านฝ่ายหญิงสุดตื่นเต้นถึงกับตัวสั่นพอเจอช่างภาพรุมแชะ เผยมั่นใจแฟนหนุ่มแสดงความจริงใจให้เห็นความสัมพันธ์จึงขยับ ชมเป็นสุภาพบุรุษ

คบหาดูใจกันมาซักพักแล้ว แต่ “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” พึ่งจะยอมควง “เนย” ประชาสัมพันธ์ค่ายเอ็กแซ็กท์ออกงาน ล่าสุดก็ควงกันมาร่วมงานแต่งงาน “ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจ” กับ “เอ๋ พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์” พร้อมเผยสถานะตอนนี้เรียกแฟนได้เต็มปากแล้ว

เจมส์ : “มาขนาดนี้แล้วคงเป็นเพื่อนกันมั้ง(หัวเราะ) เอาเป็นว่ามารถคันเดียวกันไม่ได้เปิดตัวอะไรครับ จริงๆ ผมมาแสดงความยินดับพี่ป๋อ(ณัฐวุฒิ สกิดใจ) เลยชวนเนยมาแสดงความยินดีด้วย รู้ว่าเขาค่อนข้างเขินเหมือนกันเพราะขนาดแค่ตอนยืนถ่ายรูปตัวสั่นมาก”

เนย : “ทีแรกคิดว่าเขาพูดเล่น ตอนเขาชวนก็ไม่ได้ตัดสินใจนาน เขาชวนก็มาเป็นเพื่อนถามว่ามั่นใจเลยมั้ยที่เขาพามาร่วมงาน เนยไม่ได้มองว่าเขาพามาเปิดตัวอยู่แล้วไง ยอมรับว่าเขินมากเพราะพี่ๆ นักข่าวก็รู้จักกันอยู่แล้ว ด้วยความที่เนยทำพีอาร์ต้องเจอะเจอกันตามงาน แล้วพอวันนี้มาถูกสัมภาษณ์ก็ทำตัวไม่ถูกนิดนึง”

เจมส์ : “ตอนลงจากรถก็มีการซ้อมเดินกัน ดูกระจกว่าจะเดินเข้างานยังไงดี แล้วก็บอกว่าให้สูดหายใจลึกๆ แต่ผมคงไม่ได้ควงเขาออกงานบ่อยหรอก เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ปิดบังอะไร ทุกอย่างเป็นตามธรรมชาติมีโอกาสก็คงจะไปร่วมงานอะไรแบบนี้อีก”

เนย : “ไม่ต้องแอบถ่ายแล้วค่ะ มาถ่ายได้ปกติเลย ขอกันดีๆ เลยค่ะ(หัวเราะ) ถามว่าเริ่มชินหรือยังที่คบกับคนที่เป็นที่รู้จัก ก็เริ่มชินแล้วเพียงแต่ว่ายังตื่นเต้นอยู่เวลาถูกสัมภาษณ์ แต่ส่วนตัวเนยจะทำตัวปกติเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่ได้ต้องรักษาภาพอะไร”

พากันไปพบครอบครัวเรียบร้อยแล้ว
เนย : “คบกันมาสักพักแล้วเขาก็เป็นสุภาพบุรุษ แสดงความจริงใจให้เห็นมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว ดูๆ กันไปดีกว่า ทั้งเนยและพี่เจมส์ไม่ได้รีบร้อนอะไร”

เจมส์ : “เราเองเจอครอบครัวของทั้งสองฝ่ายแล้วครับ แรกๆ ทางคุณพ่อของเนยก็มีเป็นห่วงบ้าง แต่ผมก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ ไปรับ-ส่งตรงเวลา เป็นคนดีให้ท่านเห็น ทุกวันนี้ท่านก็ให้ความไว้ใจค่อนข้างมาก แต่คุณแม่ของเนยน่ารักมาก ท่านเอ็นดูผมครับ”

เนย : “คุณพ่อเนยไม่ได้พูดอะไรมาก พอดีท่านเป็นคนพูดน้อย พูดแค่ว่าพี่เจมส์ก็ดีนะ ตรงๆ ดี พูดตรงๆ ว่ามาขอดูแลลูกสาว แรกๆ ยอมรับว่าคุณพ่อห่วงมากเพราะท่านมองพี่เจมส์เป็นคนในวงการไม่รู้ว่าจะจริงใจ แต่พี่เจมส์ก็แสดงให้คุณพ่อเห็นว่าเป็นคนจริงใจ คุณพ่อก็โอเคแล้วค่ะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

“เจมส์” ควง “ฟลอเรนซ์” เปิดเผย ยันเลิก “ซูซี่” แล้วค่อยคบกัน

“เจมส์” ควง “ฟลอเรนซ์” แบบเปิดเผย ยันเลิก “ซูซี่” แล้วค่อยคบกัน ป้องฟลอเรนซ์ ไม่ใช่มือที่สาม แจงสาเหตุเลิกซูซี่ เพราะไม่มีเวลา ลั่นไม่เชื่อฝ่ายหญิงป่องจนต้องหนีไปเมืองนอก บอกแค่ไปเรียนต่อ ส่วนเรื่องบ้านที่ซื้อร่วมกันไม่ขอตอบ

รักกับนางเอกช่อง 3 “ซูซี่ สุษิรา แอนจิลีน่า แน่นหนา” มาหลายปี จนลงขันกันซื้อบ้านราคากว่า 5 ล้านบาทด้วยกัน แถมทางฝ่ายของซูซี่ยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า หนุ่ม “เจมส์ แม็กกี้” คือ เจ้าบ่าวในอนาคตแน่นอน แต่แล้วจู่ๆ เมื่อไม่นานมานี้ ซูซี่ ก็ออกมาเผยว่า ได้เลิกรากับเจมส์เป็นที่เรียบร้อย และกำลังจะบินไปเรียนต่อเมืองนอก ท่ามกลางกระแสข่าวว่า นางแบบสาว “ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์” เป็นมือที่สาม เพราะก่อนหน้านี้ ปาปารัสซี่จับภาพตอนหนุ่มเจมส์ควงฟลอเรนซ์เดินห้างสรรพสินค้าสองต่อสองอย่างสนิทสนม หนำซ้ำทั้งคู่ยังควงคู่กันไปร่วมยินดีในงานแต่ง “ชาคริต-วุ้นเส้น” อย่างเปิดเผย ล่าสุด ยังมางานสุพรรณหงส์ ที่สยามพารากอน ด้วยกันอีก สบโอกาสเจอตัวเป็นๆ ผู้สื่อข่าวจึงไม่พลาดขอสัมภาษณ์คู่ซะเลย แต่ปรากฏว่า ทั้งคู่ออกตัวว่าไม่สะดวก จึงเป็นหนุ่มเจมส์เคลียร์ก่อนว่า....

“จริงๆ แล้วเราสองคนเลิกกันสักพักนึงแล้ว คือ เลิกกันเมื่อต้นปี แต่ไม่ได้บอกให้ใครรู้ พอถึงเวลาที่เราสองคนตัดสินใจว่าต่างคนต่างก็ต้องทำงานของตัวเอง แต่บอกได้อย่างหนึ่งว่าความรักมันก็ยังคงอยู่ ซู่ซี่เขาจะไปเรียนต่างประเทศ ทำในสิ่งที่เขาอยากทำและตอนนี้ผมหันมาทำธุรกิจของตัวเองด้วย เรื่องเวลาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จังหวะของชีวิต ใครๆ ก็รู้ว่าเรารักขนาดไหน บางทีมันฝืนไม่ได้”

“ตอนแรกเราสองคนตัดสินใจที่จะเบรกกันไปก่อน ซูซี่ เขามีแผนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ นั่นคือเหตุผลที่เราเบรกความสัมพันธ์ในตอนนี้เอาไว้ ต่างคนต้องต่างหาตัวเองให้ได้ เขาอยากเรียนอะไรเพิ่มเติม อยากรู้สึกอะไร ผมเองก็เหมือนกัน หันไปทำงานด้านธุรกิจ”

“พอประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เราเริ่มห่างกันเรื่อยๆ ต่างคนต่างคิดว่าชีวิตมันต้องไปอีกไกล มันไม่ราบรื่นเหมือนที่ทุกคนคิด คือ ก็คงเก็บสิ่งดีๆ ไว้ ก่อนที่จะไม่ดี ส่วนที่เขาแคนเซิลงานนั้น ก็อย่างที่บอกคือเขามีแผนที่จะเรียนต่อ จริงๆ เรื่องไปเรียนต่างประเทศทางครอบครัวเขาคิดๆ ไว้เป็นปีแล้ว เลิกกันก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ครับ”

ลือกันแรงว่า สาเหตุที่แท้จริงที่สาว “ซูซี่” บินไปเมืองนอก เพราะท้อง

“อันนี้ผมไม่เคยรู้มาก่อน เป็นห่วงเขา ไม่ใช่ท้องแน่นอน แต่ผมก็ไม่ทราบข่าวลือเรื่องท้องนี้เหมือนกัน ทุกวันนี้ผมกับซูซี่ก็ยังคุยกันตามปกติ แต่คงไม่ไปหาถึงเมืองนอกเพราะต้องทำงานที่เมืองไทยก่อน”

เห็นควงสาว “ฟลอเรนซ์” ไปเปิดตัวในงานแต่งงานของ “ชาคริต” กับ “วุ้นเส้น”

“ใช่ครับ แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น มันผิดจังหวะไปนิดนึง ผมกับฟลอเรนซ์เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แต่ผมไปดูงานกับรุ่นพี่ที่บริษัท เราก็เลยเจอกัน ผมไม่ได้เปิดตัวเขาในวันแต่งงาน แต่เราต่างเป็นเพื่อนชาคริตเหมือนกัน ก็เลยไปงานเดียวกัน”

ไม่ได้คบกันในฐานะแฟน แต่ยอมรับว่า คุยกัน ยัน “ฟลอเรนซ์” ไม่ใช่มือที่สามแน่ เพราะตนเลิกกับ “ซูซี่” ก่อนที่จะเจอสาวฟลอเรนซ์

“คงยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ช้าๆ ไม่ซีเรียสอะไร ก็คือ เป็นเพื่อนกัน เพราะเดี๋ยวเขาก็กลับนิวยอร์ก มือที่สามก็ไม่เลยครับ ผมเลิกกับซูซี่น่าจะประมาณสองเดือน ก่อนที่จะเจอฟลอเรนซ์ ผมอยู่คนเดียว อยู่กับเพื่อน งานร้านอาหาร เจอเพื่อนเก่า ผมเจอฟลอเรนซ์ที่งานๆ นึง เราก็ไปทานข้าว ทักทายกัน”

แย็ปถามเรื่องบ้านที่ซื้อด้วยกันกับ “ซูซี่” เจ้าตัวก็เลี่ยงว่า...“อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวนิดนึง ผมขออนุญาตไม่ตอบแล้วกันนะครับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

“เอมมี่” ซุ่มคบ “เจมส์” มา 3 ปี แต่ไม่พร้อมเปิดตัว

“เอมมี่” เผยคบ “เจมส์” มา 3 ปี แต่ไม่พร้อมเปิดตัว ลั่นคบใครไม่เคยแอบซ่อนเพียงแต่แฟนหนุ่มไม่ชอบออกกล้อง รวมถึงตนเป็นคนหวงชีวิตส่วนตัว และรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา

ซุ่มคบหาดูใจกับหนุ่มธุรกิจ “เจมส์” มาก็หลายปีแล้ว แต่นางเอก “เอมมี่ มรกต กิตติสาระ” ออกตัวไม่อยากเปิดหน้าเปิดตัว โดยห้เหตุผลว่าตนเป็นคนที่หวงชีวิตส่วนตัวมากๆ บวกกับฝ่ายชายไม่ชอบเป็นข่าว

“ไว้มั่นใจและมี่รู้อะไรบอกแน่นอน มี่ว่าบอกดีกว่า มี่ไม่อยากคิดโน่นนั่นนี่ไปเอง อย่าพูดสิเดี๋ยวจะร้องไห้ ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็ไปเป็นคี่กับคู่คนอื่นเขาหมด (ยิ้ม) ก็เคยถามเขา เขาเป็นคนแบบไม่ค่อยชอบกล้องถ่ายรูปเลย ไม่ชอบอยู่ในสื่อ เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนหน้ากล้อง และตัวมี่ก็เป็นคนที่หวงชีวิตส่วนตัวมากระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามี่ซ่อน มี่ไม่ได้ปิดบังว่ามี่ทำอะไรอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะเปิดเผยไปเสียหมด”

“ไปไหนมาไหนเราก็ไม่ได้ไปกันแอบๆ นะ คือ อย่างที่บอกว่ามี่เป็นคนหวงชีวิตส่วนตัว มันเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่มี่รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่มี่ดูแลรักษามันได้ อย่างอื่นในชีวิตทุกๆ อย่างมันอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกๆ วัน หรืออยู่หน้ากล้องทุกๆ วัน แต่มันมีบางสิ่งที่มี่อยากเก็บไว้เป็นของตัวเองบ้าง”

“ที่ผ่านมา เราก็ไปกินไปเที่ยวไปปาร์ตี้กันตลอด ที่ไม่เคยมีภาพเลยคืออย่างเพื่อนๆ มี่ทุกคนจะรู้กันอยู่แล้วว่ามี่เป็นคนนิสัยอย่างไร มี่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ มี่ว่าเขาเองก็คงชอบแบบนี้ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เป็นเหมือนวันนี้ อย่างที่บอกเขาไม่ได้ชอบกล้องถ่ายรูป แต่ก็ไม่ใช่ว่ามี่ไม่มั่นใจเขา มี่แค่รู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

เผยแฟนหนุ่มเข้าใจผลของการไม่เปิดตัวทำให้มีข่าวกับหนุ่มๆ อยู่เรื่อยๆ รับฝ่ายชายมีถามบ้าง แต่ก็เข้าใจไม่มีปัญหากัน

“แต่พอเราไม่เปิดเผยมันก็มีข่าวกับคนนั้นคนนี้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างที่รู้กัน เขาว่ายังไงหรอมี่ว่าคนสองคนเวลามันมั่นใจซึ่งกันและกันแล้วเชื่อใจกัน มันรู้อยู่แล้วค่ะ ว่าอะไรเป็นอะไร ข่าวต่างๆ ไม่ได้กระทบอะไรเลยนะ อย่างข่าวบางข่าวถ้ามันดูรุนแรงหรือดูเยอะเขาก็มีถามบ้าง แต่มี่ก็บอกเขาให้ดูเราเอาเองแล้วกัน”

“อย่างล่าสุด มี่ มีข่าวกับทอมที่ชื่อว่า อิ๊ก ซึ่งมี่เป็นข่าวกับเขามาประมาณ 3 ปีแล้ว คืออิ๊กเป็นเพื่อนสนิทและเป็นหุ้นส่วนกับมี่ สนิทมาก เพราะฉะนั้นคุณอิ๊กก็จะอยู่กับมี่ตลอดเวลา อย่างเวลาที่มี่อยู่ที่ร้าน อิ๊กก็จะอยู่ตลอด และที่มีข่าวว่ามีการตบตีแย่งอิ๊กในผับ ก็ไม่จริง คือมี่ไม่ได้ไปผับ และไม่มีการแย่ง เราจะแย่งอิ๊กทำไม มี่ไม่ได้ชอบทอม ท้ายสุดก็ไม่ได้มีอะไรและอิ๊กเองเขาก็มีข่าวกับคนนั้นคนนี้อยู่แล้ว”

“ข่าวนี้ก็กลายเป็นโจ๊กในกลุ่มไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องซีเรียส หรืออย่างมีข่าวกับกอล์ฟ (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) คือ เราเล่นละครด้วยกันและมีข่าวด้วยกัน และไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่กอล์ฟเป็นน้องค่ะ อยู่ในสังกัดเดียวกัน มี่ว่าเขาดูออกค่ะว่ารู้สึกอย่างไร มี่ว่าเขาแมนพอ เป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่เก็บเรื่องพวกนี้มาเป็นประเด็นทำให้คนสองคนต้องทะเลาะกัน หรือมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

“เจมส์” ลั่นถึงจะยุ่งแค่ไหนก็มีเวลาให้ “เนย” เสมอ

“เจมส์” เผยความรักกับ “เนย” ราบรื่นดี ลั่นที่ผ่านมาถึงจะยุ่งแต่ก็มีเวลาให้กันตลอด บอกควงกันไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผยไม่เคยหลบๆ ซ่อนๆ ย้ำสถานะเป็นคนพิเศษไม่พร้อมเรียกแฟน

เปิดตัวว่ากำลังคบหาดูใจอยู่กับ “เนย” พีอาร์สาวค่ายเอ็กแซ็กท์ แม้ว่าตอนนี้หนุ่ม “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” จะยังไม่พร้อมเรียกแฟน แต่ก็ยกให้เป็นคนที่พิเศษที่สุด พร้อมบอกแม้จะยุ่งแค่ไหนก็จะหาเวลาอยู่ด้วยกัน

“ที่ผ่านมาเราเองก็เจอกันตลอดครับ จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ไม่ว่าจะงานยุ่งยังไง เราก็จัดเวลาให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก่อนหลังครับ คือการที่จะเริ่มความรู้สึกดีๆ กับใครสักคน ผมว่าการให้ความสำคัญกับเขา ให้เวลากับเขา ก็เป็นสิ่งที่สมควรจะทำ เจอกันก็ค่อนข้างบ่อยครับ”

“ไปไหนมาไหนเราไม่ปิดบัง เปิดเผยครับ อย่างที่ผมบอกว่าทุกอย่างก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ ไม่มีปิดบังหรือซุ่มอะไร ก็ล่าสุดไปชมคอนเสิร์ต เอิร์ธ วิน แอนด์ ไฟร์ ที่อิมแพ็ค อารีน่า ไม่ได้กลัวสื่อหรอกครับ ตัวน้องเขาทำงานพีอาร์ก็เจอพี่ๆ น้องๆ สื่ออยู่บ่อยๆ”

“แล้วเวลามาเจอกันพร้อมกันก็มีอารมณ์เขินๆ เขาก็วางตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกันนะ (ตอนนี้เรียกแฟนได้รึยัง?) ก็ยังก่อนดีกว่าครับ ขอใช้คำว่าเป็นคนที่พิเศษที่สุดได้แล้วครับ ณ ตอนนี้แล้วกันครับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

"เจมส์" ให้แหวนวันเกิด "เนย" เจ้าตัวไม่ชัวร์ขึ้นคอนเสิร์ตอาร์เอสฯ

ไม่รู้จะซื้ออะไรให้ "เจมส์" มอบแหวนวันเกิดแฟนสาว ปัดตีตราจองแต่อุบอีกฝ่ายสวมนิ้วไหน เผยอาร์เอสฯ ทาบทามขึ้นคอนเสิร์ตแต่ตนยังไม่ชัวร์ ยันไม่ลืมที่มาของตนเอง

ดูเหมือนจะหวานชื่นขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคู่ของหนุ่ม "เจมส์ เรืองศักดิ์" กับสาว "เนย" ประชาสัมพันธ์คนสวยของค่ายเอ็กแซ็กท์ฯ โดยเมื่อวันเกิดของฝ่ายหญิงที่ผ่านมาฝ่ายชายก็ได้ให้แหวนเป็นของขวัญพร้อมยืนยันไม่ได้เป็นการตีตราจอง

"ก็มีให้แหวน เพราะว่าไม่รู้จะให้ของขวัญอะไรในวันเกิด ก็เลยให้แหวน ไม่มีสลักอะไร เป็นแหวนทองคำขาว ใส่นิ้วไหนไม่รู้ต้องไปดูเอง...ตีตราจองมั้ย คงไม่ถึงขนาดนั้น ก็เป็นของที่เราให้แทนความรู้สึกที่เรามีให้เท่านั้นเอง (จะมีวงที่ 2 ต่อไปมั๊ย?) รอให้พัฒนาความสัมพันธ์ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ก็คงต้องมี"

ก่อนเผยอดีตต้นสังกัดอย่างอาร์เอสฯ ได้ติดต่อให้ตนไปเล่นคอนเสิร์ตแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องดูความเป็นไปได้ก่อน..."ก็มีทาบทามกันบ้าง แต่ความเป็นไปได้ขนาดไหน เดี๋ยวก็ต้องรอดู จริงๆ เจมส์ค่อนข้างอิสระในการทำงาน โดยส่วนตัวไม่มีสัญญากับใคร แต่เราก็ยังเคารพพี่บอย ถกลเกียรติ เขาช่วยดูแลเรื่องงานให้เรา"

"ส่วนว่ามีความเป็นไปได้ไหม ก็ไม่ถึงขนาดเป็นไปไม่ได้เลย แต่ว่าต้องดูช่วงเวลาด้วยว่าวันนั้นงานเราเป็นยังไง แต่ยังไม่ได้เข้าไปคุยกับเฮียฮ้อ แต่ว่าเรามีโอกาสได้คุยกับทีมงานอาร์เอสบ้างเป็นบางโอกาส เขาก็มีเปรยๆ มาบ้าง ส่วนตัวผมก็ยินดีเสมอ ผมไม่เคยลืมที่มาของตัวเอง ไม่เคยลืมบ้านเกิด เพียงแต่ว่าเราต้องให้จังหวะลงตัวจริงๆ การทำงานตรงนั้นต้องโอเคด้วย ไม่ใช่ว่าติดงาน"

"ส่วนงานเพลงของตนเองก็กำลังทำอยู่ กำลังคิด กำลังแต่ง หาอะไรใหม่ๆ ให้กับแฟนๆอยู่ แนวเพลงคิดว่าเป็นเพลงป๊อปสำหรับคนไทย เพียงแต่ว่าการกลับมาวันนี้มันต้องมีอะไรใหม่ๆ มาฝาก มันต้องคิดอะไรเยอะ นอกจากความสนุกนอกจากความพร้อมแล้วต้องมีอะไรที่จรรโลงให้กับคนด้วย คิดว่าน่าจะได้ฟังปีนี้"

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์