แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิ้ล วิลลี่ หอย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิ้ล วิลลี่ หอย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“วิลลี่-หอย” ดึง “ยิปโซ” เสียบแทน “เปิ้ล นาคร” ด้านยิปโซรับกดดัน

“วิลลี่-หอย” เปิดตัว “ยิปโซ” เสียบพิธีกรสาระแนแทน “เปิ้ล นาคร” แจงต้องเป็นยิปโซเท่านั้น เหตุชอบคาแรกเตอร์ ด้านวิลลี่เผยเป็นการมาเติมเต็มให้รายการสนุกมากขึ้น ขณะที่ยิปโซรับแรกๆ กดดัน พร้อมฝากติดตามผลงานด้วย




 ถูกจับตามองตั้งแต่ “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” ถอนหุ้นออกไปจากบริษัทลักษ์666 จนกระทั่งถูกปลดจากพิธีกรรายการ “สาระแน” แบบสายฟ้าแลบ

หลายคนก็ลุ้นว่า “วิลลี่ แมคอินทอช” และ “หอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” จะให้ใครมาเสียบพิธีกรแทนเปิ้ล ซึ่งล่าสุด 2 เพื่อนซี้ก็ได้เปิดตัวพิธีกรคนใหม่ นั่นก็คือสาว “ยิปโซ รมิตา มหาพฤกษ์พงษ์” ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีการอัดรายการ ณ สตูดิโอ กันตนา ย่านเหม่งจ๋าย พร้อมกับชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ว่า

 หอย: “จริงๆ เราได้ถ่ายให้น้องลองเทปแรกไปแล้ว พอลองแล้วก็ถูกตัวจริงๆ เราชอบจังหวะน้องเขา แต่ไหนแต่ไรเคยดูหนังของเขาและคิดว่าเหมาะสมกับเรา จริงๆ เราเลือกไปหลายคนแต่เขาไม่ว่าง(หัวเราะ) ล้อเล่นครับ เลือกไว้คนเดียวเลยครับ”

 วิลลี่: “สนุกมากครับ น้องทำได้ดีมาก เล่นตามสคริปต์เป๊ะๆ”

 หอย: “เราบอกน้องว่านี่เป็นรายการเดียวที่น้องไม่ต้องสนใจสคริปต์เลย ให้สนุกกับพวกเรา ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย”

 ยิบโซ : “ทีแรกก็ไม่ตื่นเต้น แต่คราวนี้ตื่นเต้นแล้ว เร้าใจมาก ขำด้วย พี่หอยเขาบอกเสมอว่าอย่าไปสนใจสคริปต์เสมอไปให้ไปตามน้ำ สนใจอะไรอยากถามอะไรก็ถาม หรืออยากเล่าอะไรก็เล่าเลย ยิบโซก็เลยเล่าเลย (หัวเราะ)”

 วิลลี่: “ถามว่าถูกใจอะไรในน้องเขา ผมชอบคาแรกเตอร์กวนๆ มีความสามารถ น้องเขาใสดี ชอบตรงนี้” 

หอย: “เขาไม่ห่วงสวย เพราะเขาน่ารักไม่ห่วงอะไรเลย ที่เราเลือกเพราะคาแรกเตอร์จริงๆ”

 วิลลี่ : “เขาก็มาทำให้รายการของเราสนุกสนาน แขกรับเชิญก็อยากคุยกับพวกเรามากขึ้น (หัวเราะ) แต่ก่อนไม่ค่อยอยากคุย พอมียิปโซเข้ามา แขกก็เริ่มสนิทกับพวกเรามากขึ้น ทุกคนดูสบายๆ มากขึ้น”

 หอย: “มีพิธีกรผู้หญิงทำให้เวทีดูสดใสมากขึ้น ผมบอกได้เลยว่ามาก มันรู้สึกว่าสดใส เหมือนเริ่มอะไรใหม่ๆ ที่เรารู้สึกว่ามีความสุขกับการทำงาน ทำให้เราเบาลงด้วย พอมีผู้หญิงเข้ามาทำให้เราไม่แข็งเกินไป”

ยิปโซ : “แต่สำหรับยิบโซคิดว่าเราไม่ได้มาเติมเต็มอะไรนะคะ เหมือนเป็นการปรับเปลี่ยนแบบใหม่”

หอย : “เรื่องกดดันผมขอตอบแทนน้องนิดนึงว่า เราไม่ได้เอาใครมาแทนพี่เปิ้ล ตำแหน่งตรงนั้นมีพี่เปิ้ลได้แค่คนเดียว แต่มันเป็นส่วนอันใหม่มากกว่า ให้รายการของเราดำเนินต่อไปอีกหลายปี”

ยิปโซ: “ทีแรกก็กดดัน แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ด้วยความที่เรามั่นใจมากกว่าเราไม่ได้มาแทนที่ใคร มันไม่เหมือนกัน เราถือซะว่าเป็นออฟชั่นเสริม”

หอย: “เรื่องปรับจังหวะมุข เอาเป็นว่า ไม่ได้ปรับอะไรเลยครับ”

วิลลี่: “ก็ไม่ต้องปรับอะไรครับ ให้มันใหม่เลย เพลินเลย เดี๋ยวจำเจ”

หอย : “เราก็ลุ้นน้องเหมือนกัน เราต้องการการรับส่งเยอะขึ้น แต่ขอบอกว่าสาระแนยังมีอะไรที่เข้มข้นรับปีใหม่แน่นอน เราคิดว่าได้ยิปโซมาคงมีอะไรใหม่ๆ และเข้มข้นแน่นอน”

วิลลี่: “รูปแบบรายการปรับเปลี่ยนแน่นอน มกราคมตอนนี้ปรับอะไรไม่ได้ ลงทุนกว่าเดิมครับ หนังเรื่องใหม่ก็เสร็จแล้ว นอกเหนือจากสาระแนโอเซกไก น่าจะสนุกมากขึ้น ไม่ได้ปรับแค่พิธีกร”

หอย: “ยางนั่งยางก็ปรับแค่สองคน หรืออาจจะเป็นพิธีกรอีก (เซ็นสัญญาไหม) เราไม่มีปัญญาเลี้ยงน้องขนาดนั้นหรอกครับ (หัวเราะ)”

ยิปโซ : “ยังไงก็ติดตามผลงานด้วยนะคะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

“เปิ้ล” ร้องไห้โดนเขี่ยฟ้าผ่า เผยฟางเส้นสุดท้ายเพราะอีกฝ่ายปิด “ลักษ์ฟิล์ม” ที่ตนบริหาร

“เปิ้ล” เปิดใจเป็นครั้งแรกที่ร้องไห้เพราะ “วิลลี่-หอย” ยันเข้าใจ แค่เสียใจไม่ทันได้ลาทีมงานและคนดู บอกเสียดายชื่อ “สาระแน” ที่สุดในโลก เพราะตนก่อตั้งมากับมือ แต่เอามาไม่ได้ เพราะเป็นลิขสิทธิ์ บ.ลักษ์ฯ พร้อมเผยฟางเส้นสุดท้าย เพราะอีกฝ่ายปิด “ลักษ์ฟิล์ม” ที่ตนบริหาร จนหุ้นส่วนอีกคนต้องลาออก ปฏิเสธเปิด บ.สร้างหนังทับทางกัน

 
       
       หลังจากหลบทำใจมาหลายวัน ล่าสุด วันนี้ (24 ก.ย.) “เปิ้ล นาคร” ก็พร้อมออกมาเปิดใจ กรณีโดนเพื่อนรัก “วิลลี่ แมคอินทอช” และ “หอย เกียรติศักดิ์” ปลดพ้นรายการ “สาระแน” แบบฟ้าผ่า ในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “สูบคู่กู้โลก” ของค่ายสหมงคลฟิล์ม ที่หนุ่มเปิ้ลร่วมแสดงอยู่ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยในวันนี้เจ้าตัวมีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเปิดปากเคลียร์ทั้งเรื่องถอนหุ้นจากบริษัท ลักษ์ 666 ซึ่งเป็นชนวนสำคัญของการแตกคอ รวมไปถึงประเด็นโดนเด้งออกจากรายการที่ตัวเองก่อตั้งมากับมือ
       
       “เหตุผลที่ถอนหุ้นอย่างที่เคยบอกไว้ว่า เราอยากใช้เวลาทำงานน้อยลง เพื่ออยู่กับลูก อีกประเด็นนึงที่หอยบอกไว้ว่าไม่เห็นด้วยกับระบบบริหารเลยถอนตัวออกมา องค์กรใหญ่ขึ้น เราเองก็ต้องพาลูกไปโรงเรียน แล้วต้องลางาน ส่วนสาเหตุสุดท้ายที่ผมลาออก คือ เขาบอกว่าจะปิดบริษัท ลักษ์ฟิล์ม เราก็บอกว่าอย่าปิดเลย เราขอทำให้เต็มความสามารถเราก่อน ก็ขอร้องว่าอย่างเพิ่งปิด จนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น” 
       
       “คือ ผู้บริหารค่ายลาออก (เป้ นฤบดี เวชกรรม) เราเลยคิดว่าเราเอาไม่อยู่ที่ดูแลน้องๆ ไม่ได้ เราเลยขอถอนหุ้น แล้วเขาก็แถลงต่อพนักงานว่าจะปิดบริษัท ลักษ์ฟิล์ม เขาพิจารณาว่าอาจไม่ทำตามเป้า ทางบริษัทจ้างผมในพิธีกรทีแรก เราคุยกันว่าในทางนี้ ซึ่งเราก็โอเค”
       
       ปฏิเสธเป็นเพราะลูกน้องที่ลาออกเป็นคนของตนเองจึงเหมือนโดนหักหน้า
       
       “มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ แต่มันเป็นที่ระบบ เราเองก็เลยขอออกตามน้องๆ เราหุ้นกันแล้ว 4 คน มันก็ต้องฟังความเห็นส่วนใหญ่เป็นหลัก ทีแรกเขาให้ผมและเป้ ดูแลฟิล์ม วิลลี่ หอย ดูทีวี”
       
       พร้อมโต้เตรียมสร้างหนังเอง
       
       “ไม่ครับผม ไม่เกี่ยวกับที่ผมเปิดบริษัทแล้วทับไลน์กัน เพราะบริษัทผมยังไม่มีหนังสักเรื่องเลย ผมเปิดบริษัท แพนกวินสตูดิโอ เป็นบริษัทที่ผมเปิดรับงานเองครับ ผมรักงานตรงนี้”
       
       เมื่อถามว่า “วิลลี่-หอย” ทำหนัง “สาระแนโอเซกไก” กับค่าย เอ็ม เธอร์ตี้ไนน์ (M39) แต่สั่งปิดลักษ์ฟิล์ม งงไหม? เจ้าตัวก็บอกว่า… “อันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่ไม่แปลกใจ ส่วนผมรับจ้างเล่นอย่างเดียว (สูบคู่กู้โลก) ไม่ใช่ร่วมทุนเราเป็นแค่นักแสดงคนนึง”
       
       ส่วนกรณีที่โดนปลดจากพิธีกรสาระแนฟ้าผ่า “เปิ้ล” ยันเข้าใจ “วิลลี่-หอย” แต่แค่เสียใจที่ไม่ได้ลาทีมงานและคนดู บอกเสียดายชื่อ “สาระแน” ที่สุดในโลก เพราะตนเป็นคนก่อตั้งมากับมือ แต่เอามาไม่ได้เพราะเป็นลิขสิทธิ์บริษัท ลักษ์ 666
       
       “สิ่งที่เขาบอก เราเข้าใจนะ สิ่งที่เราเสียใจคือตั้งตัวไม่ทัน พูดไม่ออก ยังไม่ได้ลาน้องๆ เลย อย่างน้อยจะได้ถือดอกไม้ธูปเทียนลาคนดู แม่เราสอนให้ไปมาลาไหว้ เพราะเราทำมา 15 ปี ผมก็เข้าใจนะ แค่เสียใจที่ยังไม่ได้ลา ขอเบรกสุดท้ายก็ยังดี ทุกอย่างมันเร็วน้องๆ ที่ทำงานด้วยกันก็งง”
       
       “ถามว่า ความเป็นเพื่อนเหมือนเดิมไหม ก็ใช้คำนั้นได้ เรื่องธุรกิจอาจมองต่าง แต่คำว่าเพื่อนยังใช้กันได้ เราโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ ถามว่า สบายใจเหมือนเดิมไหม ก็ใช่ครับ ก็เพิ่งเคยร้องไห้ เพราะวิลลี่-หอยครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับ วิลลี่ไม่ได้โทร.ครับ ผมอยากลาคนดู ผมอยากกราบลาคนดู สิ่งที่ทำไปเพราะรัก ที่แกล้งก็เพราะรัก ผมอยากตายไปกับรายการแคนดิด วันนี้ต้องขอบคุณทุกคน ไม่อยากให้เห็นเปิ้ลเศร้า แต่ผมจะทำรายการต่อไป” 
       
       “ถ้าให้บอกอะไร หอย-วิลลี่ คือ ไม่ได้อยากจะบอกแค่ วิลลี่-เปิ้ล-หอย อยากบอกถึงน้องๆ ว่าตั้งใจทำงานกันต่อไป อยากให้รักคนดูให้มากๆ”
       
       ปัดทะเลาะกันเรื่องเงิน
       
       “ไม่มีครับ ไม่มี ส่วนข่าวว่าผมปกป้อง เป้ นฤบดี ผู้ก่อตั้งบริษัท ลักษ์ฟิล์ม อีกคนว่า โกงเงิน เรื่องนี้คงไม่มีอะไรครับเป็นกระแสมากกว่า จิตใจตอนนี้ผมอยู่ด้วยฝัน ทีมงานใหม่ของผมจะต้องมีฝัน ผมอยากทำทีวีเป็นงานหลัก ถามว่ามีสิทธิ์ทำรายการแคนดิดอีกไหม ก็ทำได้นะครับ”
       
       “ผมยังสามารถเดินกลับไปที่ลักษ์ฯได้ครับ ถ้าเขาจ้าง น้องจ้างพี่ พี่จ้างน้องได้เสมอ เพราะลูกยังต้องกินนมครับ ผมเสียดายชื่อสาระแนที่สุดในโลก (สาระแนเปิ้ลเป็นคนต้นคิด) แต่ดึงกลับมาไม่ได้ เพราะเป็นลิขสิทธิ์ของเขา ลูกน้องเก่าที่อยากมาทำกับผมก็มีนะ แต่ผมบอกว่ากูยังเอาตัวไม่รอด เดี๋ยวให้ตั้งตัวได้ค่อยว่ากัน และก็อย่ามองว่าเป็นคู่แข่งกันเลยครับ เดี๋ยวจะมองว่าผมไปแข่งกับรายการยักษ์ใหญ่อีกหลายรายการ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

“วิลลี่” ยอมรับผิดถอด “เปิ้ล” ฟ้าผ่า เผยชนวนเพราะอีกฝ่ายออกไปทำรายการ-หนังทับทางกัน

“วิลลี่” แถลงยอมรับผิดถอด “เปิ้ล” ออกจาก “สาระแน” บอกขอโทษ แอ่นรับรู้มาก่อน 2 สัปดาห์แล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่รู้จะบอกเปิ้ลยังไง แจงชนวนเพราะอีกฝ่ายออกไปทำรายการ-หนังทับทางกัน กลัวคนมองทิ้งเปิ้ล พร้อมเผยเมื่อเช้ามีคนโทร.เข้ามาด่าตนเรื่องนี้แล้ว พ้อถ้ารู้ว่าการเปลี่ยนพิธีกรสักคนเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จะขอออกเอง




เป็นเรื่องขึ้นมาทันที เมื่อวันอังคาร (18 ก.ย.) ที่ผ่านมา “เปิ้ล นาคร” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/ple.nakorn.5 โดยมีข้อความว่า เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกบาล หลังได้รับแจ้งว่าไม่ต้องมาอัดรายการ “สาระแน” แล้ว พ้อทำมา 15 ปี ไม่เชื่อว่าจะมีวันนี้ ทั้งนี้ ในข้อความเจ้าตัวยังบอกด้วยว่า ตนไม่ทันได้ตั้งตัวที่จะกล่าวลากับทีมงานทุกคน แต่ขอให้ทุกคนตั้งใจเดินหน้ากันต่อไป และ ตั้งใจทำงานให้ดี คนทำทีวี จิตใจต้องดี และ รักคนดูให้มากๆ ซึ่งหลังจากที่ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ขึ้นก็มีกระแสวิพากษวิจารณ์ต่างๆ ตามมามากมาย

ล่าสุด เป็นเหตุให้ “วิลลี่ แมคอินทอช” ที่ต้องออกมาเปิดแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าว ขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันนี้ (19 ก.ย.) ที่ตึกลักษ์ แซทเทิลไลท์ ทาวน์อินทาวน์ โดยเจ้าตัวได้ขอโทษไปยัง “เปิ้ล” และยอมรับว่า ตนรู้มาก่อน 2 สัปดาห์แล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีโอกาสได้บอกอีกฝ่าย เพราะเป็นเรื่องที่ตนลำบากใจมาก

“เรื่องนี้ผมรู้ว่าพี่เปิ้ลเสียใจ เราเองในบริษัททุกคนเสียใจเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณปีที่แล้ว ช่วงเวลาเดียวกัน ตอนที่พี่เปิ้ลตัดสินใจถอนหุ้นเรา พี่เปิ้ล บอกว่า ถ้าจะยืมตัวพี่ก่อนพี่ก็จะช่วย ผมก็บอกได้ครับพี่ ยังไงซะ ณ ตอนนั้นผมคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้ในรูปแบบรายการ ก็ต้องกวนให้พี่มาช่วยก่อน และในวันจันทร์ที่ผ่านมา เราถ่ายกันเสร็จเรียบร้อย ผมเองทราบว่าจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการอยู่แล้ว และจะมีการเปลี่ยนพิธีกรมาประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ผมไม่มีโอกาสบอก”

“ได้เจอพี่เปิ้ลครั้งสุดท้าย ก็คือ ถ่ายหนังโฆษณาด้วยกัน แล้วก็มาเจอกันเมื่อวันจันทร์ (17 ก.ย.) ที่ผ่านมา การที่เรามานั่งคุยกันที่หน้าสตูดิโอ ก็บอกว่า พี่เปิ้ลครับ ถึงเวลาที่ผมจะต้องไม่ต้องรบกวนพี่มาทำรายการสาระแนให้แล้ว เพราะผมก็รบกวนพี่เปิ้ลมาปีนึงแล้ว หลังจากที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไป ผมเองเสียใจ พี่เปิ้ลเองก็เสียใจ ที่บริษัททุกคนก็เสียใจ”

“มันมาถึงวันนึงที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะมาถึงวันนี้ แล้วทำไมมันต้องเกิดขึ้น แต่เราเองก็ต้องพัฒนารายการ แล้วเราก็ต้องทำอีกต่อไปเรื่อยๆ ทำสิ่งดีๆ เราก็จะพยายามทำทุกๆ คำพูดที่พี่เปิ้ลเขียนมาครับ ว่าเราจะทำรายการดีๆ เราก็ต้องรักคนดูก่อน การเปลี่ยนแปลงมันมีเกิดขึ้นแน่นอน แล้วมันเกิดการเปลี่ยนแปลง ผมเองก็ลำบากใจ ทุกคนรับไม่ได้หรอกครับกับการมีฟ้าผ่า ผมขอยอมรับผิดคนเดียว แทนบริษัทและทุกคน”

“เป็นความผิดของผม เพราะจริงๆ ผมรู้เรื่องมา 1-2 อาทิตย์แล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับพี่เปิ้ลยังไง เพราะเราเองก็สนิทกัน เรารักกัน เราอยู่กันมา 15 ปี แต่เมื่อมันมีวันเวลาที่จะต้องไปพูด ผมในฐานะของตัวแทนและตำแหน่งก็ต้องเป็นคนไปพูด ก็หาวิธีการว่าจะยังไงดี จะคุยกันให้เข้าใจยังไง ผมยอมรับว่าลำบากใจ”

“แล้วทำไมผมถึงเลือกคุยในวันนั้น เพราะว่าไม่ว่าจะคุยวันไหน มันก็ไม่ดีทั้งนั้น ผมไม่รู้จะไปเลือกวันไหนที่จะไปคุยแล้วให้เป็นไปในทางที่ดี ผมเองอยากคุยกับพี่เขาเอง ไม่อยากยกหูโทรศัพท์ วันนั้นพี่เปิ้ลก็บอกว่าพี่เปิ้ลเข้าใจนะ เพราะมันเป็นการตัดสินใจของส่วนรวม แล้วมันก็มีการพัฒนาปรับรูปแบบ เพราะก่อนหน้านี้เราปรับเปลี่ยนอะไรกันไม่ทัน ตัวพี่เปิ้ลเองเขาเข้าใจนั่นเป็นเรื่องของงาน”

“เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องเซนส์ซิทีฟ พี่เปิ้ลเองเขาก็เซนส์ซิทีฟ ถ้าเราบอกพี่เขาก่อน เรารู้เลยว่าเทปที่จะอัดรายการมันต้องเป็นเทปสาระแนที่เศร้าหมอง ไม่ใช่ทาเก็ตรูปแบบรายการที่เราจะต้องทำออกไป ก็จะเศร้ากันไปอีก ก็ไม่อยากจะทำออกไป จะคุยกันต้องคุยต่อหน้า ไม่ใช่ยกหูคุย”

“ชีวิตส่วนตัวของพวกผม 3 คน วิลลี่ เปิ้ล หอย ยังเหมือนเดิม เรายังคบหากันเหมือนเดิมครับ ไม่เปลี่ยนแปลง ในวันนั้นผมก็ขอโทษพี่เปิ้ลไป แล้วถ้าผมได้เจอพี่เปิ้ล ผมก็จะขอโทษอีก ขอโทษไปเรื่อยๆ อีก คนเราอยู่กันมานานมันมีความรู้สึก พอวันนึงมันมีการเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องปรับปรุงตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง มันยากลำบากมากนะครับ แต่เรื่องส่วนตัวเรายังเป็นพี่น้องคุยกัน ปรึกษาเรื่องลูก เรื่องโรงเรียนลูก กินข้าวกันได้ ไม่มีการทะเลาะกัน เพียงแค่ว่าการปรับเปลี่ยนของงานมันเกิดขึ้น”

“ผมไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เพราะการพัฒนารายการมันเป็นช่วงที่เขาทำตอนเสนอผังกันใหม่ มันไม่สามารถไปแทรกตอนไหนก็ได้ตามใจเรา ที่ผ่านมา เราวานพี่เขามาช่วยเราขณะที่เรากำลังหาความเป็นสาระแนใหม่อยู่ เราเกรงใจ ก็ถึงเวลาที่เราต้องก้าวต่อไปข้าวหน้า”

เมื่อถามว่า “เปิ้ล” ไม่เหมาะกับสาระแนยังไง ถึงต้องการมีการปรับเปลี่ยนใหม่? เจ้าตัวก็อธิบายว่า…

“เราแค่จะหาพิธีกรใหม่ๆ เฉยๆ ครับ เราอยากได้คนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำงานให้ตรงกับทาเก็ตวัยรุ่นก็เท่านั้นเอง หอยยังอยู่ แค่เป็นการหาของใหม่มาใส่เท่านั้นเอง ก็ขอโทษแฟนๆ พี่เปิ้ลด้วยแล้วกัน วันนึงมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ผมก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าแต่ละคนจะรับได้ไหม แฟนคลับของพี่เปิ้ลบางคนอาจจะโกรธผมกับหอย”

“ที่อยากจะบอกว่าผม หอย และพี่เปิ้ล ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่ได้ทะเลาะกัน เราแค่แยกกันไปทำงานในตอนนี้ ต่อไปเราอาจจะกลับมาทำงานกันอีก เราไม่ได้แตกแยกกันในฐานะพี่น้อง เราแค่แยกกันไปทำงาน ถ้าผมรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงพิธีกรสักคน มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ผมก็จะขอเป็นคนเปลี่ยนแปลงเอง ผมไปเอง ให้พี่เปิ้ลกับหอยเขาอยู่”

เรียกว่าต่อไปจะไม่มี “เปิ้ล” ในรายการของลักษ์ 666 ทั้งหมดอีกแล้ว?

“มันก็ไม่ขนาดนั้น แค่ ณ ตอนนี้ผมขอพัฒนารายการให้มันดี ให้มันเป็นวัยรุ่น ตอนนี้รายการของเราเหลือเวลาแค่ 40 กว่านาทีเองนะ แล้ว วิลลี่ เปิ้ล หอย รวมกันมันจะ 200 ปีแล้วนะ มันไม่ใช่ทาเก็ตวัยรุ่นแล้ว เราเองก็พยายามจะทำ คนที่ดูเราก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เราเลยอยากลองหานิวเจนเนอเรชั่นเข้ามาใส่ แล้วก็จะพยายามทำให้มันอยู่ในเทรนด์วัยรุ่นอยู่”

“ผมขอโทษ ผมเสียใจจริงๆ ถ้าคนจะมองว่าการทำกับพี่เปิ้ลอย่างนี้มันไม่ถูก ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ผมเองก็พยายามระวังคำพูดเพื่อไม่ให้มันไปกระทบพี่เปิ้ล เพราะเรายังต้องคบหากันอยู่ สิ่งที่ผมพูดกับพี่เปิ้ล คือ เฮ้ย พี่เปิ้ลมันมีการปรับเปลี่ยนรายการ พี่เปิ้ลถ้าตอนนี้จะเปลี่ยนพิธีกรโอเคป่ะ เราก็จะพยายามให้มันดีขึ้น บางทีอาจจะเป็นแขกรับเชิญกลับมาใหม่ก็ได้”

“ผมบอกแล้วย้ำแล้วย้ำอีกว่า ผมกับพี่เปิ้ลเราไม่ได้ตัดขาดกัน พี่เปิ้ลยังเป็นพี่ชายผมเหมือนเดิม เดี๋ยวหลังจากนี้ผมก็จะโทร.หาเขาเหมือนกัน เพราะผมเองก็อยากจะรู้ว่าเขาดีขึ้นรึยัง เพราะลังจากที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไปทุกอย่างยังคบกันเหมือนเดิม แต่เราไม่มีเวลาให้กันเหมือนตอนที่ยังอยู่บริษัทเดียวกันแค่นั้นเอง”

ยอมรับที่ต้องถอด “เปิ้ล” ออกจากพิธีกรสาระแน ส่วนหนึ่งเพราะอีกฝ่ายถอนหุ้นออกจากบริษัท

“มันก็มีส่วน ตอนที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไป ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เรายังอยากจะรักษาสาระแนไว้ เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรตอนนั้นในรูปแบบรายการได้ แล้วพี่เปิ้ลก็ถอนหุ้นอีก มันก็เป็นอะไรที่คนดูรับไม่ได้ ผมก็เลยขอให้แกช่วยอยู่ทำรายการให้พวกเราไปก่อน”

“ส่วนที่คนอาจจะมองว่าเราทะเลาะกัน คือใจจริงวันนี้ผมเองก็อยากจะให้ผม พี่เปิ้ล เรามาแถลงข่าวร่วมกัน คนอื่นเขาจะได้ไม่มองว่าเราทะเลาะกัน แต่มันก็ไม่ได้ง่าย ผมเองเพิ่งทราบเรื่องเมื่อคืนนี้ ถึงตัดสินใจเชิญสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ แต่ถ้าอยากจะให้จัดแบบมีพี่เปิ้ลด้วยก็ต้องใช้เวลานิดนึง ก็ต้องตามพี่เปิ้ลว่าแกพร้อมจะออกไหม แต่เตรียมไม่ทันไง”

“ยืนยันว่า ความสัมพันธ์กับพี่เปิ้ลต่อไปยังเหมือนเดิมครับ แต่ยังมีแหยงๆ อยู่บ้าง คุยเรื่องงานกันลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างไปเปิดบริษัททำรายการ ทำหนังทำอะไรเหมือนกัน มันทับทางกัน ดังนั้นเลยพยายามไม่คุยเรื่องงาน จะคุยเรื่องลูก เรื่องอะไรไป แต่ถ้าคุยเรื่องงานนี่ค่อนข้างจะไม่คุยกัน เพราะเราไม่อยากจะมาทะเลาะกันทีหลัง ว่าเอ๊ะวันนั้นคุยเรื่องงานนี้ทำไมเอาไปทำแล้ว ใครคิดก่อนใครอะไรอย่างนี้ ผมก็พยายามจะบอกว่าต้องระมัดระวัง”

ไม่ปฏิเสธ สาเหตุสำคัญที่ต้องปลด “เปิ้ล” ออกจากรายการ นอกจากปัญหาที่อีกฝ่ายถอนหุ้นแล้ว การที่เปิ้ลทำงานทับไลน์กันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทำงานร่วมกันต่อไปอีกไม่ได้

“ก็น่าจะมีส่วนครับ มันไม่ได้เกี่ยวว่ากลัวความลับรั่วไหล เพราะผมเองไม่ใช่บริษัทที่มีความลับเยอะ เป็นแค่บริษัททำรายการเฉยๆ เพียงแค่วันนึงอยากจะให้มีความชัดเจนไปเลยมันก็ดี เราเองก็ยังรักกันเหมือนกัน หลังจากที่คบกันมานาน ต่างฝ่ายต่างก็มีทางของตัวเองที่อยากจะไปทำ เราไม่เคยคิดจะกั้นใคร แต่จังหวะเวลาดีไม่ดีเราไม่รู้ พูดแล้วทำให้พี่เปิ้ลเสียใจ ผมเองก็เสียใจ เห็นพี่เปิ้ลร้องไห้ ผมก็ร้องไห้”

“พองานมันต้องมาตัดสินใจ เราก็ไม่รู้จะทำยังไงไง ผมยืนยันว่าเราจบกันดี คุยกันวันนั้นพี่เปิ้ลเข้าใจ จบดีนี่คือผม พี่เปิ้ล หอย เราไม่ได้ทะเลาะกัน มันเป็นแค่การเปลี่ยนงานเฉยๆ มิตรภาพระหว่างเรายังเหมือนเดิม ผมไม่อยากให้การทำงานในวงการบันเทิงมาเป็นตัวตัดสิน ว่าเราจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน 15 ปี พี่น้องไม่น่าจะเอางานมาเกี่ยวข้อง งานคืองาน ชีวิตส่วนตัวก็ส่วนตัว แต่พอมันมีการเปลี่ยนแปลง เราก็เสียใจกันหมด ผมต้องขอโทษจริงๆ ผมเองก็ผิด ที่ผมไม่พูดก่อนหน้านี้ 2 อาทิตย์ก่อน 1 เดือนก่อน หรือ 6 เดือนก่อน ผมว่าพูดตอนไหนผลลัพธ์เหมือนกันยังไงก็ต้องมีการเสียใจ”

ยังบอกไม่ได้ว่าใครมาแทน “เปิ้ล”

“ยังบอกไม่ได้ครับ ก็จะพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการให้มันสนุกขึ้น เรา 3 คน ยังเหมือนเดิม บริษัทแห่งนี้เราสร้างมาด้วยกันทั้งหมด 15 ปี ต่อไปบริษัทนี้ก็ยังเปิดประตูรับพี่เปิ้ลให้เข้า-ออกได้ทุกวันเหมือนเดิมทุกอย่างครับ”

การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอะไรต่อรายการ อย่างเรื่องสปอนเซอร์?

“ยังไม่รู้เลยครับ ตอนแรกก็กะว่าคุยกับพี่เปิ้ลไปแล้ว หาแก๊งใหม่ๆ ใส่ในสาระแน แล้วก็ลองเอาไปให้สปอนเซอร์ดูว่าเขาจะโอเคไหม แต่พอมันเป็นข่าวใหญ่ ก็อาจจะมีสปอนเซอร์ถอนหรือเข้า ผมก็ไม่รู้ ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบรายการใหม่ของเรา ว่าจะชอบกันรึเปล่า ก็จะได้ดูพี่เปิ้ลถึงกลางตุลาฯ ก็ต้องดูสิว่าจะเป็นยังไงบ้าง เราเองอยากอยู่ด้วยกันตลอด แต่เมื่อเราต้องหยุด เราก็ต้องหยุด”

“ผมเองยอมรับว่าผมก็กลัวกระแสเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ผมเองก็ลำบากใจ ผมลำบากใจตั้งแต่ตอนที่พี่เปิ้ลขอถอนหุ้นแล้ว ว่าทำไม ด้วยเหตุผลอะไร แล้ววันนี้มาเปลี่ยนพิธีกรอีก แล้วมันจะยังไงต่อ ผมเองกังวลกลัวว่าสังคมจะมองผมว่าผมทิ้งพี่เปิ้ล ผมเองไม่ได้ทิ้งพี่เปิ้ลนะครับ ต่างฝ่ายต่างก็มีงานของกัน เมื่อเช้าก็ยังมีคนโทรศัพท์เข้ามาด่าเรื่องนี้ ผมเองก็จะพยายามรองรับทุกอย่างให้ดีที่สุด”

“ต้องเรียนว่าวันนี้ผม 3 คน กับธุรกิจต้องแยกออกจากกันนะครับ ผมไม่อยากให้ข่าวออกไปว่าเป็นเพราะเรา 3 คนทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะก็ทะเลาะกันเฉพาะในบริษัทเราทะเลาะกันตลอด เพื่อจะให้ได้งานดีที่สุด แต่จะไปทะเลาะกันข้างนอก มางอนกัน โกรธกันอันนั้นก็มีแน่นอนคน เราคบกันแต่ผมก็ยังรักพี่เปิ้ลเหมือนเดิม”

“ผมเองยังคิดเลยว่า ผมก็อยากจะหาคนมาแทนผมในสาระแนเหมือนกัน เพื่อเป็นนิวเจนเนอเรชั่น แต่โอกาสก็ยังยากอยู่ แค่วันนี้ก็ได้เห็นผลแล้วว่ามันยุ่งยากยังไง ที่อยากให้มีทีมใหม่ๆ เพราะสังขารของเรา 3 คนมันก็แก่แล้ว แล้ว ไม่เหมาะสมกับการเล่นกระโตกกระตากอะไรมากมายนัก ถ้าเป็นทีมข้างหลัง มีถ่ายพวกเราบ้างเล็กน้อย มันก็น่าจะดีกว่า แล้วหารูปแบบใหม่สวมเข้าไป ผมอยากจะทำอย่างนั้น แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนความคิดแล้ว เห็นไหมอย่าไปแตะสาระแน”


วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

"วิลลี่" เตรียมแถลงด่วน กรณี "เปิ้ล" โพสต์ฟ้าผ่ากลางกบาลถูกปลดพ้นสาระแน

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความขึ้นเฟซบุ๊กบอกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกบาล หลังได้รับแจ้งไม่ต้องมาอัดรายการ “สาระแน” แล้ว พ้อไม่เชื่อว่าจะมีวันนี้ หลังทำงานมานานกว่า 15 ปี ด้าน "วิลลี่" เตรียมแถลงด่วนพรุ่งนี้


หลังเป็นส่วนหนึ่งของรายการ “สาระแน” มานานกว่า 15 ปี ล่าสุด ทางฟากของ “เปิ้ล นาคร” ก็ได้หลุดออกมาจากรายการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เป็นเจ้าตัวที่ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/ple.nakorn.5 โดยมีข้อความว่า...ถึงน้องๆ ทีมงาน สาระแน ที่รักทุกคน เมื่อวานนี้หลังจากอัดเทปรายการสาระแน เสร็จแล้ว เหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกบาล

เมื่อได้รับแจ้งว่า ต่อจากนี้ไป จะไม่มีพี่เปิ้ลในรายการสาระแน อีกต่อไปแล้ว 15 ปี ที่เราร่วมสร้างกันมา ไม่อยากจะเชื่อว่าในที่สุด จะมีวันนี้ พี่เปิ้ลไม่ทันได้ตั้งตัวที่จะกล่าวลากับน้องๆ ทุกคน จึงอยากจะบอกกับน้องๆ ทุกคน ว่า ขอให้ทุกคนตั้งใจเดินหน้ากันต่อไป และ ตั้งใจทำงานให้ดี อย่างที่พี่เคยบอกว่า คนทำทีวี จิตใจต้องดี และ รักคนดูให้มากๆ

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ไว้มีโอกาส พี่จะเข้าไปหาน้องๆ ทุกคน รักสาระแน และน้องๆ ทุกคนมากนะ

อยากจะบอกว่า พี่เปิ้ล จะรัก สาระแน และคิดถึงน้องๆ ทุกคน ตลอดไป...

ก่อนหน้านี้ ได้มีกระแสข่าวออกมาว่าทางฟากของ เปิ้ล นาคร นั้น ได้มีปัญหากับเพื่อนซี้ อย่าง “วิลลี่ แมคอินทอช” และ “เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” กระทั่งได้ตัดสินใจถอนหุ้นในบริษัท “ลักษ์ 666” ออกมา ขณะที่เจ้าตัวได้ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ตนมีครอบครัวแล้ว แนวคิดการทำงานเลยเปลี่ยนไป จึงตัดสินใจถอนหุ้น แต่ก็ยังคงรับจ้างทำหน้าที่พิธีกรรายการ “สาระแน” อยู่ กระทั่งเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความว่าได้รับแจ้งว่าไม่ต้องทำรายการดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ บ.ลักษ์ 666 ถึงสาเหตุที่ทำให้เลิกจ้างเสนาเปิ้ล ก็ได้รับคำตอบว่าคงต้องรอให้ทางผู้ใหญ่ของบริษัทออกมาบอกด้วยตนเอง และล่าสุดก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในวันพรุ่งนี้เวลา 13.00 น."วิลลี่ แมคอินทอช" จะแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวที่ตึกลักษ์แซทเทิลไลท์ ทาวน์อินทาวน์

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

“วิลลี่” ยันไม่คิดหาหุ้นส่วนใหม่แทน “เปิ้ล” เผยตอนนี้ภาระหนักตกอยู่ที่ “หอย”

“วิลลี่” ยันไม่คิดหาหุ้นส่วนใหม่เสียบแทน “เปิ้ล” เพราะกลัวแบ่งไม่ลงตัว บอกตอนนี้ภาระหนักตกอยู่ที่ “หอย” แต่ก็คงต้องช่วยๆ กัน เผยเข้าใจเหตุผลของเปิ้ลเพราะตนก็มีลูกเช่นกัน แต่ตนเลือกที่จะทำงานหนักต่อไปเพราะมีลูกยิ่งมีแรงทำงาน อีกทั้งอนาคตลูกจะได้ไม่ลำบาก

ร่วมหุ้นกันมาเปิดบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ในนาม บริษัท ลักษ์ 666 จนเติบโตและเป็นที่รู้จักมา 15 ปี แต่สุดท้ายก็มีเรื่องให้เซอร์ไพร์ส หลัง “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” ได้ขอถอนหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อออกไปดูแลครอบครัวและขออยู่ในสถานะลูกจ้างคนนึงเท่านั้น ทำเอางานเข้าหุ้นส่วนอีก 2 คนอย่าง “วิลลี่ แมคอินทอช” และ “หอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” ซึ่งวิลลี่ได้เปิดใจว่าแม้ว่าเพื่อนรักจะถอนหุ้น แต่ก็ยังรักกันดีเหมือนเดิม และไม่คิดจะหาหุ้นส่วนคนใหม่มาเสียบแทน

“เรื่องพี่เปิ้ลถอนหุ้นมีผลกระทบอะไรกับบริษัทไหม ก็ไม่นะครับ เขาไม่ได้ถือหุ้นก็ไม่มีผล 15 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีผลอะไรเหมือนกัน เหมือนเดิม เรายังทำงานด้วยกันอยู่ วันก่อนก็เพิ่งถ่ายโฆษณาด้วยกันอยู่ เราไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก เราอยู่กันมานานแล้ว ผมก็เข้าใจนะว่าคนมีลูก มีครอบครัวแล้วอนาคตจะเป็นยังไงบ้าง เขาก็คงตัดสินใจ เราเองก็ต้องให้เกียรติในการตัดสินใจคน”

“ที่เขาบอกว่าต้องลางานบ่อยเกรงใจเพื่อน อันนี้ก็ควรจะเกรงใจนะ (หัวเราะ) แต่มันไม่ได้มีอะไรหรอก บางทีมันก็ต้องมีการเกรงใจกันบ้างทำงานน้อย แล้วถ้าเขาหนีไปไม่มาทำงานแล้วจะให้ผมหนีไปอีกคน จะให้ทำได้ยังไง เดี๋ยวเหลือหอยคนเดียวไม่รอด”

“คือเหตุผลหลักๆ ของเขาคือจะไปดูแลครอบครัวเลย พูดง่ายๆ เลยพอเขาเห็นว่าเวลาที่เสียไปกับการทำงานของพวกเราที่ทำงานกันเยอะ กลัวว่ากลับมาลูกจะจำหน้าไม่ได้ เราก็ระแวงเหมือนกันเพราะเราทำงานเยอะมาก พอเราทำไปเยอะๆ ก็ต้องหันมามองครอบครัวบ้าง เลยต้องทำงานลดลง แต่ทางเลือกใครก็เลือกเอา ไม่มีโกรธกันยังมีความรู้สึกเหมือนเดิม ก็ยังรักกัน มันไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพราะเราไมได้ซีเรียสอยู่แล้ว”

“ถามว่าจะแบ่งงานยังไงเพราะงานคงเยอะขึ้น คิดว่าภาระหนักอาจจะอยู่ที่หอย แต่ผมก็ต้องช่วยเขาอยู่แล้ว ก็ต้องทำทุกอย่างเหมือนเดิมทุกอย่าง รายการทุกรายการยังอยู่เหมือนเดิม หรือถ้าทำหนังแล้วมีบทให้พี่เปิ้ลเล่นก็ยังส่งให้เขาเล่นอยู่ ถามว่าจะหาใครมาร่วมหุ้นเพิ่มแทนไหม ก็คงไม่ขอเก็บหุ้นไว้เอง เพราะเดี๋ยวแบ่งไม่ลงตัว”

ส่วนที่หลายคนจับตามองว่าเจ้าตัวก็มีลูกเหมือนกันแล้วจะมีปัญหาเหมือนเพื่อนซี้หรือไม่? กับเรื่องนี้ “วิลลี่” บอกว่า…

“คงไม่ขนาดนั้นหรอกเพราะจะบอกว่าช่วงที่มีแรงก็จะพยายามทำงาน พูดตรงๆ นะ ผมตั้งแต่มีลูกมามีแรงเยอะขึ้น เพราะสมัยก่อนทำงานแล้วก็มาคิดว่าจะทำไปเพื่อใคร ก็เลยขี้เกียจ แต่พอมีลูกแล้วกลับไปบ้าน พอเห็นเขายิ้มแล้วเราก็ลุยได้เลย คือมันมีแรงขึ้น มันไม่รู้สึกเหนื่อยหรอก แต่ถ้าเหนื่อยมันก็ยิ้มได้แค่นั้นเอง ลูกโตขึ้นเรื่อยๆ เราก็ต้องขยันมากขึ้นอยากทำหลายๆ อย่างให้ลูก ลูกจะได้สบายไม่ต้องลำบากเหมือนเรา มีความมั่นคงในชีวิต แต่เราจะไม่ตามใจนะ อยากให้เขาโตขึ้นมาเป็นคนสู้ชีวิต”

เจ้าตัวแย้มลูกคนที่ 2 ต้องถามภรรยาก่อนว่าไหวไหม เพราะรู้ว่าคงเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก

“ถามว่าจะมีคนที่2 ต่อไหม ตัวผมเองยังมีแรงดีอยู่ครับ (หัวเราะ) แต่ตัวภรรยาเป็นคนที่ต้องเหนื่อย ก็คงต้องปรึกษาเขาด้วยว่าเขาจะยังไง แค่คนเดียวก็เหนื่อยหนักแล้ว ถ้ามีโอกาสมีได้อีกจริงๆ ก็อยากมี แต่ถ้ามีไม่ได้ก็มีคนเดียวแหละครับ”

“ส่วนพัฒนาการตอนนี้เขาเริ่มคลานและนั่งเอง เมื่อวันก่อนผมก็เพิ่งพาไปว่ายน้ำ คุณครูก็พาดำน้ำ ที่อยากให้เขาว่ายน้ำเพราะอย่างแรกคือมันถึงเวลาที่เขาจะสามารถว่ายน้ำได้ โตขึ้นมาจะได้ไม่กลัวน้ำ อีกอย่างบ้านเรามีบ่อปลาไง จะได้ไม่ห่วง เดี๋ยวถ้าว่ายน้ำไม่เป็นเยลหลีจะให้ถมบ่อ (หัวเราะ) เราต้องมองการณ์ไกล”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

“เปิ้ล นาคร” เปิดใจถอนหุ้นบ.ลักษ์ฯ เพราะอยากใช้ชีวิตที่เหลือดูแลลูก-เมีย และไม่อยากเอาเปรียบ “วิลลี่-หอย”

“เปิ้ล นาคร” เปิดใจถอนหุ้นบ.ลักษ์ฯ เพราะอยากใช้ชีวิตที่เหลือดูแลครอบครัว บอกที่ผ่านรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องลางานไปดูแลลูก จึงไม่อยากเอาเปรียบ “วิลลี่-หอย” อีกต่อไป ปัดแตกคอ ยันเคลียร์กันลงตัว ถ้า 2 เพื่อนซี้จ้างให้ทำอะไรก็ยินดี หลังจากนี้คิดเปิดบริษัทเล็กๆ ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ เผยตอนนี้ค้นพบแล้วว่าการได้อยู่กับลูก-เมียคือสิ่งที่ตนมีความสุขที่สุด


       


เรียกว่าเป็นเพื่อนรักกันมานาน ทั้ง “วิลลี่ แมคอินทอช” , “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” และ “เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” จนร่วมกันก่อตั้งบริษัท “ลักษ์ 666” ขึ้นมา ผลิตรายการ สร้างภาพยนตร์ รวมถึงเปิดหนังสือ และช่องเคเบิ้ลทีวี “สาระแนแชนแนล” และเมื่อไม่นานมีกระแสข่าวเม้าท์กันให้แซดว่าทั้งสามหนุ่มเพื่อนรักเกิดไม่ลงรอยถึงขั้นแตกหัก จนทำให้ เปิ้ล นาคร ประกาศถอนหุ้นทั้งหมดออกจากบริษัทไป

ล่าสุด 3 เพื่อนซี้ “วิลลี่-เปิ้ล-หอย” มีชื่อมาร่วมงานเปิดตัว SPA at Terminal ที่ เซ็นทรัลพระราม 9 แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาจริงๆ กลับไร้เงา วิลลี่ กับ หอย มีแค่หนุ่มเปิ้ลมาคนเดียว ผู้สื่อข่าวจึงได้โอกาสสอบถามถึงประเด็นถอนหุ้นจากเปิ้ล เจ้าตัวก็ชี้แจงอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าไม่ได้แตกคอกันอย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นเพราะตนละอายใจที่ลางานไปดูแลลูกบ่อยจนไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนอีกต่อไป อีกทั้งอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น เพราะค้นพบแล้วว่านี่คือสิ่งที่ตนมีความสุขที่สุด

“เราถอนหุ้นออกมาจริง แต่ไม่ได้มีปัญหากันกับวิลลี่และหอยอย่างที่เป็นข่าว เหตุที่ถอนหุ้นออกมาเพราะว่าพอเรามีลูกมีครอบครัว จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของความคิดส่วนตัวด้วย คือเดิมทีเกิดมาไม่เคยคิดว่าจะมีสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในความคิดของตัวเอง ตั้งแต่พอมีลูกมีครอบครัว พอได้พาน้องออกัส (ลูกสาว) ไปว่ายน้ำ พาลูกไปเรียนหนังสือ ไปทำอะไรต่างๆ ในแต่ละวันซึ่งเป็นวันจันทร์-ศุกร์ด้วย แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าแต่ละวันต้องใช้เวลาเยอะ ในการที่จะเพิ่มเติมให้กับลูกเพราะฉะนั้นความทุ่มเทให้กับการทำงานก็เลยน้องลง แล้วเราก็เห็นว่าวิลลี่กับหอยทั้งสองคนก็ทำงานเยอะมาตลอด เรามีความรู้สึกว่าต้องเลือกแล้วว่าเราจะทำงานเท่าเพื่อนหรือทำงานน้อยกว่าเพื่อน ทำงานน้อยกว่าน้อง”

“แล้วพอเราทำงานน้อยลงก็เหมือนเอาเปรียบวิลลี่กับหอย เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไปคุยกับทั้งสองคนดีกว่าว่าพี่ทำงานน้อย อายน้องๆ อีกอย่างเราถือหุ้นเยอะด้วย ก็เลยขอถอนตัวออกมาดีกว่า ในเรื่องของการบริหารนะ ให้วิลลี่กับหอยเขาไปบริหารจัดการกันเองเต็มๆ และก็ได้ไปเต็มๆ จะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบเขาทั้งสองคน แล้วเราก็ออกมาทำงานเล็กๆ ของเราดีกว่า คือใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว ส่วนเล็กๆ เราทำงานเฉพาะสิ่งที่เราชอบจริงๆ สิ่งที่เรารู้สึกและอยากทำจริงๆ”

“ก็มีความรู้สึกว่า ชีวิตที่เหลืออยู่ เอาคิดแบบโลภๆ เลยนะ เหลืออีกประมาณ 20 ปีสุดท้ายที่เราจะหายใจได้ แล้วเราจะต้องตายไป เราควรจะเลือกเอาว่าจะใช้ชีวิตเราแบบไหนดี ก็มานั่งคิดคนเดียวเลยนะ คิดอยู่นานหลายเดือนเหมือนกัน ก็คิดว่าเราใช้ชีวิตแบบที่ธรรมชาติหรือสิ่งมีชีวิตเขาให้มาดีกว่า นั่นคือการได้อยู่กับครอบครัว ซึ่งเรารู้สึกว่ามีความสุขมาก”

“ส่วนการทะเลาะกันเป็นเรื่องมาตั้งแต่ปีแรกแล้ว ทะเลาะในห้องประชุมเรื่องแบบธรรมดามาก เวลาเราสามคนคุยกันจะมีเถียงกันบ้าง ถามว่าไม่เคยทะเลาะกันเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทะเลาะกัน คือเราตกลงกัน คุยกันรู้เรื่อง คิดจะใช้ชีวิตลมหายใจที่เหลือไม่เกิน 10,000 วันแบบนี้ ชีวิตเราเดี๋ยวก็ตายแล้ว ทำงานน้อย เอาเล็กๆ ที่อยากทำ เล็กๆ ที่เรียกว่ารัก เราก็อยากเป็นแบบนี้ ทุกคนมีทางเลือกเดินของตัวเอง ผมก็แฮปปี้นะ ทำเล็กๆ ได้พอดีอยู่กับครอบครัว อีกหน่อยอาจจะพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่ต้องขออนุญาตบอร์ดหรือบริษัท หรือทำเรื่องลางาน ผมว่านี่คือสิ่งที่อยากทำ อยากตายไปกับสิ่งนี้”

การถอนหุ้นของตนนั้น ได้มีการพูดคุยตกลงกันเป็นอย่างดีกับสองเพื่อนรัก โดยทุกฝ่ายก็แฮปปี้กับการตัดสินใจในครั้งนี้ของตน ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ “วิลลี่” และ “เสนาหอย” เหมือนเดิม

“เขาทั้งสองคนก็โอเค เรื่องถอนหุ้นคุยกันนานแล้ว แต่เรื่องของกฎหมายเพิ่งจะมีผล ตอนนี้เราไม่ได้บริหารให้ใครแล้ว บริหารชีวิตตัวเอง รับงานพิธีกร รับงานหนัง รับงานรายการทีวี แต่เฉพาะที่เราอยากทำจริงๆ ที่เรากระหายจริงๆ เท่านั้น”

“แล้วบอกว่ารายการของบริษัทอยากให้เล่นเหมือนเดิม ถ้าเขาทำหนังเขาก็บอกว่ามาเล่นให้ผมนะ ซึ่งเราบอกว่าก็เล่นสิ เราจ้างเขา เขาจ้างเรา ดูกันไปเรื่อยๆ ดูที่ผลงานดีกว่า เราก็เลยมีความสุข ผมคิดว่าเลิกไม่ได้หรอกสาระแน เพราะทุกครั้งที่อยู่บนเวทีกับวิลลี่และหอยมันเหมือนเสพยาล่องลอยไปในอากาศ เคลิ้ม”

“ในส่วนของรายการก็ยังทำเหมือนเดิม อย่างพิธีกรรายการสาระแนก็ทำอยู่ครับ ไม่งั้นจะเอาอะไรกิน ก็แล้วแต่วิลลี่กับหอยเขาจะจ้างอะไรเรา จ้างให้เราเป็นพิธีกรรายการไหน เราก็จะเป็นลูกจ้างเขาไป ส่วนเรื่องการบริหารเราก็จะถอนออกมา แล้วก็มาเปิดบริษัทเล็กๆ ที่ทำงานเฉพาะที่เราอยากทำ ถึงเวลาก็พาน้องออกัสไปว่ายน้ำได้ โดยที่ไม่ต้องรู้สึกว่าโทรไปหาเลขาฯเพื่อขออนุญาตพาลูกไปว่ายน้ำ พออีกวันก็ขอพาลูกไปเรียนหนังสือ อังคาร-พุธ-พฤหัสฯ ตกลงสิ่งที่เราเลือกแบบไหน ซึ่งแบบที่กำลังเลือกคือเรามีความสุขเหลือเกิน”

“ก็ไม่ได้ใจหาย ไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะว่าบริหารก็ส่วนบริหารเข้าใจไหม คนที่แฮปปี้ของการนั่งในห้องประชุมการคิดตัวเลข เขาก็จะมีความสุขแบบนั้นมาก แต่เรามีความสุขอีกแบบนึง แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นส่วนการแสดงบนเวที ไม่ว่าจะเป็นสาระแน หรือรายการต่างๆ ที่ เปิ้ล วิลลี่ หอย มันก็เป็นความสุขที่เราไม่เลิกอยู่แล้ว จะเลิกก็ไม่ได้ เสพติดมา 15 ปีแล้ว ถ้าเลิกมันก็ยากมาก”

“จริงๆ เขาก็ถามว่าทำไมถึงต้องถอนหุ้น เราก็อธิบายให้เขาฟัง ส่วนวิลลี่เองก็มีลูก ถามว่าทำไมเขาไม่เห็นเป็น เมื่อเขาแฮปปี้ที่จะเล่นกับลูกแบบนั้นแล้วออกมาทำงาน กลับบ้านดึกๆ เจอหน้าลูกตอนหลับแล้ว วิลลี่เขาสามารถ คนเรามันต้องเลือกใช้เวลาที่เหลือของตัวเอง เราเลือกใช้เวลาที่เหลือของตัวเองแบบนี้ แต่ละคนมีวิธี บางคนให้ภรรยาเลี้ยงลูก ส่วนตัวเองต้องไปบริหารบริษัทมหาชน นั่นก็เป็นวิธีการใช้เวลาที่เหลือของเขา ผมก็ใช้เวลาที่เหลือ 10-20 ปี เดี๋ยวก็ตายแบบนี้”

ในหมายเชิญมีชื่อสามสหาย วิลลี่-เปิ้ล-หอย แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับมีแต่เปิ้ลมาคนเดียวจึงอดถามไม่ได้ว่าทำไมอีกสองคนไม่มา ซึ่งเจ้าตัวก็แจงว่า…

“วันนี้ไม่ได้ทั้งสองคนไม่ว่าง จริงๆ เจ้าของสปากับผม แล้วเขาฝากบอกให้พี่เปิ้ลเชิญพี่หอยพี่วิลลี่ด้วย ปกติทุกที่เวลาเชิญเปิ้ลมาบัตรเชิญมี 3 ใบอยู่แล้ว แล้วแต่ใครว่างก็มา อย่างเราก็ต้องไปสาระแนชาแนลต่อ หอยเองเช้ามาก็ต้องประชุม วิลลี่เองก็ต้องประชุมอัดรายการ แต่ละคนมีวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน อันนี้ผมเลือกแบบนี้นะ ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตที่เหลือของผมแบบนี้ครับ”

เมื่อถามถึงเรื่องบริษัทที่จะแยกตัวออกมาทำเองนั้น เจ้าตัวเผยว่า…

“เราก็เลยเลือกออกมาทำอะไรเล็กๆ ดีกว่า ก็ทำเหมือนเดิม เช่น ทำหนัง รับงาน เขียนหนังสือ อะไรแบบนี้ ตอนนี้ก็กำลังเดินเรื่องอยู่ ก็เริ่มนั่งเขียนหนังสือ หาที่เขียนหนังสือเงียบๆ พอลูกหลับ หรือตื่นเช้ามานั่งเตรียมงานหนัง อะไรต่างๆ ไป ทำเฉพาะที่เราอยากทำจริงๆ ไม่ต้องไปขออนุญาตหรือลางาน เพราะก่อนหน้านี้เราก็ขออนุญาตแล้วลางานไง แล้วเราก็หยุดงาน กลับมานั่งคิดอีกทีทำไมขอลางานทุกครั้งแล้วทำไมใจเต้น พอเข้าบริษัทแล้วก็รู้สึกผิด”

“วันนี้น้องออกัสไม่สบายแล้วเราพาไปโรงพยาบาลก็รู้สึกผิด คิดว่าคนไม่มีครอบครัวอาจจะนึกไม่ออก คนอาจจะมองหาคำแก้ตัวได้ขั้นเทพ แต่ว่าลองไปมีลูกดูแล้วจะรู้ เราก็เคยพูดแบบนี้เหมือนกัน บ้าหรือเปล่า แล้วจะเอาอะไรกิน เราคิดแบบนี้ เพื่อนเคยพูดอย่างนี้กับเราพอมาวันนี้จริงๆ รู้สึกว่าชีวิตเราต้องการแบบนี้จริงๆ นะ เราคงไม่ใช่มนุษย์งาน”

“ส่วนจูน (ภรรยา) เขาแล้วแต่เราอยู่แล้ว ขอแค่ Iphone4s พอ แล้วก็เสื้อผ้าสวยๆ ให้ลูก เราจะตัดสินใจยังไงก็ได้ เขาแฮปปี้ที่เราพาน้องออกัสไปว่ายน้ำด้วยตัวเอง ส่วนที่เหลือเรื่องการบริหารเขาไม่รู้เรื่องหรอก แต่เราก็อธิบายการบริหารก็ส่วนบริหาร แต่ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมหมดแค่นั้นเอง”

พอถอนหุ้นเวลาเหลือมาก แถมลูกๆ “น้องออกัส” และ “น้องออก้า” น่ารักมาก ก็เลยอยากมีทายาทคนที่สาม

“ก็พอเราตัดสินใจแบบนี้แล้วเวลาก็เหลือเยอะมาก เพราะน้องออก้าออกมา ดันเป็นเด็กที่น่ารักมาก อยู่ในอินสตาแกรมถือว่าขึ้นป๊อปปูล่าตลอด ก็เลยอยากจะได้คนที่สามอีก อันนี้ต้องรออารมณ์ ออส่วน จะออกมาอีกคนนึง ส่วนว่าคนที่สามอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็มีทั้งชายและหญิงแล้ว ขาดกะเทย คนที่สามถ้าได้จะให้เป็นกะเทยให้ได้”



      


ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์