“ควายธนู” นับว่าเป็นชื่อที่รู้จักกันมาเนิ่นนาน ผู้ที่นิยมการเล่นของทางไสยศาสตร์คงเคยเห็นของจริง หรือไม่ก็ทราบกิตติศัพท์ของควายธนูเป็นอย่างดี
ควายธนูเป็นศาสตร์ที่น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากวิชาวูดูซึ่งเป็นไสยดำของคนป่าชาวแอฟริกา ส่วนควายธนูที่รู้จักในเมืองไทยว่ากันว่านิยมเล่นกันในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา(เขมร) พวกหมอผีเขมรจะนิยมใช้ควายธนูปล่อยไปทำร้ายได้อย่างฉมัง เรียกว่าเป็นวิชามารก็คงไม่ผิดความจริงนัก
คนโบราณที่มีวิชาอาคมจะต้องมีควายธนูไว้เป็นเครื่องป้องกันตัวหรือไม่ก็ทำลายล้างศัตรู ควายธนูจึงเป็นอาวุธที่ร้ายแรง ที่สำคัญคือไม่สามารถทำลายหรือล้มมันได้ด้วยวัตถุธรรมดาๆ นอกจากจะแก้ด้วยเวทวิทยาอาคมที่แข็งกว่าเท่านั้น แต่ควายธนูเป็นสัตว์อาคมที่คนเลี้ยงต้องคุมให้เชื่องเพราะอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าของได้เหมือนกัน
ในการสร้าง “ควายธนู” มีพิธีกรรมการสร้างที่ยุ่งยากไม่ใช่เล่น
- เริ่มจากไม้ที่นำมาทำเป็นโครงนั้น จะต้องสรรหาไม้ที่สัปเหร่อใช้เขี่ยศพ จะเป็นไม้ไผ่หรือไม้อะไรก็ใช้ได้ทั้งนั้น ไม้นี้เขาไว้ใช้แทงศพ,เขี่ยศพ,พลิกศพขณะที่กำลังเผา และศพที่เผานั้นต้องเป็นศพที่ตายวันอังคารเผาวันศุกร์ซึ่งเขาว่าทั้งขลังและเฮี้ยนดีนัก นำไม้นั้นทำเป็นโครงควายธนู มีเขามีหัวมีขามีหางพร้อมมูล
- ต่อจากนั้นนำครั่งที่เกาะอยู่กับต้นพุทรามีปลายกิ่งชี้ไปทางทิศตะวันออกมาแปะติดกับโครงควายธนูและนำแผ่นทองคำเปลวที่ปิดหน้าศพคนตายมาปิดทับครั่งอีกชั้นหนึ่ง
- ต่อมานำตะกรุดมาเสียบระหว่างอกกับคอแล้วนำครั่งมาปิดทับอีกชั้นหนึ่งให้ทั่วตัวควายธนู
- ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของพิธีกรรมเพื่อให้ได้ควายธนูที่ใช้งานคุณไสยได้คือ การเสกคาถากำกับให้ควายธนูนั้นรับใช้เจ้าของได้สารพัดนึก
ลำพังปั้นควายธนูเพียงอย่างเดียวยังไม่สมบูรณ์ หัวใจสำคัญต้องมีอาจารย์ที่มีเวทมนตร์ขมังใช้อาคมอันแกร่งกล้าเสกคาถากำกับควายธนู
ดังที่กล่าวไว้แล้วว่าการจะได้ควายธนูนั้นมิใช่ได้มาง่ายๆ รวมทั้งคนที่นำควายธนูไปใช้ก็ยังต้องระมัดระวังของเสื่อม ถ้าประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมดีไม่ดีสัตว์ไสยศาสตร์เกิดย้อนมาทำร้ายตัวเจ้าของอีก หรือมิฉะนั้นถ้านำไปใช้กับผู้ที่มีวิชาอาคมที่แข็งกว่าก็อาจถูกเขาสยบควายธนูได้ เรื่องประเภทนี้จึงไม่น่าอยู่ในวิสัยของพวกเราที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเหตุที่เป็นอวิชชา รังแต่จะเป็นกรรมเวรซึ่งกันและกันเปล่าๆ ที่นำมาเผยแพร่ให้อ่านกันนี้เพื่อเป็นความรู้ประดับตัวในเรื่องของขลังของไทยสมัยโบราณกันครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น